นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย หรือ ดีซีที เปิดเผยว่า สภาดิจิทัลฯ ได้นำเสนอข้อคิดเห็น และมุมมองของภาคเอกชน ในอุตสาหกรรมดิจิทัลเพื่อนำเสนอให้กับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศไทย โดยมีข้อเสนอ 7 ข้อ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให่กับการประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 5.0 โดยเริ่มจาก 1.ด้านการศึกษา ด้วยการบรรจุภาษาคอมพิวเตอร์ เป็นวิชาหลักตั้งแต่ ป.1-มหาวิทยาลัย แจกคอมพิวเตอร์ให้เด็กนักเรียน 7 ล้านเครื่อง ใช้งบประมาณปีละ 7,000 ล้านบาท จากงบการศึกษาปีละ 6 แสนล้าน และมีซอฟต์แวร์ในการคัดกรองการใช้งานที่ดี และมีการสอนเรื่องจริยธรรมด้านดิจิทัล
2.สนับสนุนสร้างดิจิทัล คอนเทนต์ ที่เกี่ยวกับจริยธรรม เช่น ละครหลังข่าวนำเสนอ ในช่วงไพรม์ไทม์ ทีวีดิจิทัล ด้วยการสนับสนุนงบประมาณเรื่องละ 50 ล้านบาท คาดว่าจะ ใช้งบประมาณ 1,200 ล้านบาท ให้เกิดคอนเทนต์คุณภาพ นำซอฟต์พาวเวอร์ไทย ตีตลาดต่างประเทศ 3.สร้างเทคสตาร์ทอัพ 2 หมื่นบริษัท ดึงนักลงทุนระดับโลกเข้ามา เกิดสร้างสร้างงานด้านดิจิทัลไม่น้อยกว่า 1 ล้านราย 4. ยกระดับด้านเกษตร ด้วยสมาร์ทฟาร์มมิ่ง เกษตรอัจฉริยะ ยกระดับองค์กร สหกรณ์ และวิสาหิจชุมชน 3,000-5,000 องค์กร สู่เกษตร 5.0
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับ ข้อ 5.ดึงคนดีและคนเก่ง เข้าสู่ระบบราชการระดับบริหารตั้งแต่รองอธิบดีขึ้นไป ด้วยการปรับเงินเดือน เทียบเท่าหรือสูงกว่าเอกชน ซึ่งมีอยู่มีประมาณ 800 คน ที่จะช่วยสร้าง ความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศ พร้อมสร้างข้าราชการทีมีทักษะดิจิทัลอย่างน้อย 20%
6.สร้าง 5 อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ หรือ ศูนย์นวัตกรรมระดับโลก ในด้าน ไบโอเทค, นาโน และ พลังงาน ,โรโบติกและดิจิทัล , อวกาศ และ เฮลท์แคร์ ในมหาวิทลัยหลักๆ เพื่อต่อดยอดสู่ ศูนย์นวัตกรรมระดับโลก ซึ่งจะช่วยให้มหาวิทยาลัยของไทยยกนระดับสู่มหาวิทยาลับท็อป 100 ในทันที และ 7. ต่อยอดผู้ประกอบการไทย และมีโครงสร้างการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย
“ในการดำเนินการในเรื่องทั้งหมดมีการเกี่ยวข้องหลายกระทรวงฯ จึงควรจะมีการตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติ หรือ เนชั่นแนล บอร์ด ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อน โดยมีตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมทำงาน มีเวที หรือ โครงสร้างในการขับเคลื่อน ซึ่งคนที่เข้ามาเป็นประธานคณะทำงานต้องมีตำแหน่งทางการเมืองที่สูง และภาครัฐและเอกชน พร้อมช่วยสนับสนุน”
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า นโยบายทั้งหมดที่นำเสนอ อยากจะเห็นรัฐบาลใหม่ สามรถนำไปดำเนินการ ใน 3 ปี เพื่อแก้ปัญหาพัฒนาระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จ ซึ่งผลจะตามมาใน 5-15 ปี ที่จะช่วยให้สังคมไทยจะเข้มแข็งขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญ นโยบายด้านนี้ของพรรคต่างๆยังไม่ชัด ไม่มีการพูดถึง เพราะจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเรื่อง เศรษฐกิจ สังคม ขณะเดียวกันไทยยังไม่มีแผนในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่ชัดเจนว่าต้องการขยับขึ้นไปในอันดับที่เท่าไร จากตอนนี้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยอยู่ในอันดับ 40 กว่า ของโลก ขณะที่อันดับโครงสร้างพื้นฐานอยู่ที่ 15 ของโลก แต่ยังไม่มีการตั้งเป้าในการขยับอันดับต่างๆ
“ความกลัวและกังวล ไม่สามารถทำให้ไทยบรรลุเป้าหมาย เอกชนก็ไม่ต้องรอรัฐบาล ต้องขับเคลื่อนให้เร็วที่สุด ถ้าได้นโยบายรัฐบาล จะช่วยให้ขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น ซึ่งทั้ง 7 ข้อ เรื่องที่อยากให้ผลักดันก่อน คือ เรื่องแจกคอมพิวเตอร์ที่ให้เด็กเข้าถึง คอมพิวเตอร์การเขียนภาษา ซึ่งเด็กเหล่านี้จะเป็นผู้ขับเคลื่อนประเทศในอนาคต แต่ต้องควบคู่คุณธรรม ซึ่งจะช่วยให้ไทย เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน รองลงมา การผลิตคอนเทนต์ เพื่อนำซอฟต์พาวเวอร์ไทยไปยังต่างประเทศ”



