เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่พรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคก้าวไกล ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ จากนั้นรีบขึ้นรถยนต์ส่วนตัว แต่ตอบกล่าวเพียงสั้นๆ เมื่อสื่อมวลชนถามว่า มีกระแสข่าวว่านายพิธา ขายหุ้นสื่อไอทีวีไปแล้วใช่หรือไม่ ว่า “เรื่องนี้ เลขาฯ พรรคได้อธิบายไปหมดแล้ว”

ทางด้าน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนทราบว่าล่าสุดนายพิธา ขายหุ้นไอทีวี จำนวน  42,000 หุ้น ออกไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. 66 ถ้านายพิธา บอกถือหุ้นสื่อได้ไม่ผิด แล้วรีบขายหุ้นออกไปทำไม รัฐธรรมนูญระบุคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. และผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ชัดเจนว่า ห้ามถือครองหุ้นสื่อ จะถือ 1-2 หุ้น ก็มีความผิดแล้ว ไม่เกี่ยวกับจำนวนที่ถือครองหุ้น จะครอบงำการดำเนินกิจการได้หรือไม่ อีกทั้งข้อพิพาทระหว่าง สปน. กับไอทีวีนั้น หากในที่ศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามศาลปกครองชั้นต้น ให้ไอทีวีชนะคดี หมายความว่า ไอทีวีสามารถกลับมาดำเนินกิจการสื่อได้ ดังนั้นไอทีวีจึงยังไม่สิ้นสภาพความเป็นสื่อ การบอกว่าไอทีวีเจ๊งไปแล้ว จึงอาจยังไม่เจ๊ง