สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตกูซิกัลปา ประเทศฮอนดูรัส เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่ากระทรวงการต่างประเทศฮอนดูรัสออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีซิโอมารา กัสโตร และนายนายเอดูอาร์โด เอ็นริเก เรนา รมว.การต่างประเทศฮอนดูรัส เตรียมเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-13 มิ.ย. นี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจีนทำพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงเตกูซิกัลปา เมื่อวันจันทร์ โดยใช้พื้นที่ของโรงแรมแห่งหนึ่งเป็นสถานที่ทำงานชั่วคราว และมีนายอวี้ ป๋อ ที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รักษาการในตำแหน่งเอกอัครราชทูต ก่อนย้ายไปประจำการยังอาคารซึ่งเป็นที่ทำการถาวรต่อไป แต่ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ว่าจะใช้พื้นที่เขตใดของกรุงเตกูซิกัลปา
The People's Republic of China officially inaugurated its embassy in the Republic of Honduras on Monday, following the establishment of diplomatic relations between the two countries on March 26. #GLOBALink pic.twitter.com/bbmi39Z3Vp
— China Xinhua News (@XHNews) June 5, 2023
ทั้งนี้ จีนและฮอนดูรัสลงนามร่วมกันในเอกสารว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยฮอนดูรัสยืนยัน การรับรองหลักการ “จีนเดียว” หมายถึงการที่รัฐบาลในกรุงปักกิ่ง “คือรัฐบาลที่ชอบธรรมเพียงแห่งเดียวของจีน” และแจ้งให้รัฐบาลไต้หวันรับทราบ เกี่ยวกับ “การยุติความสัมพันธ์เป็นการถาวร”
ขณะที่นายโจเซฟ อู๋ รมว.การต่างประเทศไต้หวัน กล่าวว่า จีนยังคงไม่ยุติ “นโยบายการทูตดอลลาร์” ที่เป็นการใช้เงินล่อลวงเพื่อผลประโยชน์ทางการทูต โดยเปิดเผยว่า ก่อนการยุติความสัมพันธ์เกิดขึ้นไม่นาน รัฐบาลไทเปได้รับหนังสือจากรัฐบาลฮอนดูรัส เรียกร้องขอความสนับสนุนทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 2,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 85,207.32 ล้านบาท) รวมถึงเพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาล การก่อสร้างเขื่อน และเพื่อการเจรจาหนี้สูญ แต่ไต้หวันมองว่าอีกฝ่าย “ต้องการเงินมากกว่า” เรื่องโรงพยาบาลและเขื่อน “เป็นเหตุผลรองลงมา”
ปัจจุบัน เหลือเพียง 13 ประเทศที่ยังให้การรับรองไต้หวัน “อย่างเป็นทางการ” ได้แก่ กัวเตมาลา นครรัฐวาติกัน เฮติ ปารากวัย เอสวาตินี ตูวาลู นาอูรู เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์ลูเชีย เบลีซ สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ และปาเลา.
เครดิตภาพ : AFP



