ในโอกาสนี้ พระองค์พระราชทานสัมภาษณ์พิเศษแก่ China Media Group ภาคภาษาไทย สื่อหลักของจีน จึงขอนำบทสัมภาษณ์พิเศษนำมาเผยแพร่ครั้งนี้
ผู้สื่อข่าว China Media Group ถามว่า : ในปี 2544 พระองค์ได้เสด็จฯมาประทับยังมหาวิทยาลัยปักกิ่งเพื่อศึกษาหลักสูตรพิเศษ และทางมหาวิทยาลัยได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ทั้งอาจารย์และนักศึกษาต่างปลาบปลื้มในพระวิริยะอุตสาหะและได้มีโอกาสถวายงานใกล้ชิด พระองค์ทรงมองว่าความสำเร็จของการศึกษาที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งคืออะไร และควรส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างเยาวชนจีน-ไทยอย่างไร
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตอบว่า : ตอนที่ไปปักกิ่งตอนนั้นก็มีหลายคนช่วย มีท่านทูตจีนตอนนั้นก็พยายามหาทางให้ได้ไป แล้วก็รู้สึกดีใจมากที่ได้ไป เพราะอย่างน้อยก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติม แล้วครูอาจารย์ทุกท่านก็พยายามสอน เพราะว่ามีเวลาสั้นมากแต่ก็มากันทุกวัน

วันนี้ (5 มิถุนายน 2566) ตั้งแต่เช้าครูเหล่านั้นก็ ได้มาคุยด้วย และก็ได้ร่วมงาน (พิธีฉลองการเสด็จฯ เยือนจีน ครั้งที่ 50) ที่ทางรัฐบาลจีนจัดก็ดีใจ เพราะว่าไม่ได้พบกันตั้ง 3 ปีแล้ว ปีนี้ได้พบกันเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี คิดว่าปีหน้าจะได้มาอีก
ด้านความสำเร็จของการศึกษา คือ ถ้าเราได้เรียน แล้วเราต้องสนุก เราต้องชอบ ต้องมีความสุข และได้รับความรู้เพิ่มเติม แล้วเอาความรู้เหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ เรียกว่าเป็นความสำเร็จของการศึกษา ต้องได้เห็นคุณค่าของผู้อื่นและคุณค่าของตัวเอง
เพราะฉะนั้นเยาวชนจีน-ไทย ถ้าได้ศึกษาร่วมกัน ทั้งในห้องเรียนและอยู่นอกห้องเรียน อาจจะคุยแลกเปลี่ยนความรู้ แม้แต่ไปเที่ยวด้วยกัน เล่นกีฬาด้วยกัน ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน ก็เป็นสิ่งที่มีค่า เมื่อโตขึ้นหรือสำเร็จการศึกษาคิดว่า น่าจะติดต่อกันไว้แล้วจะได้ช่วยเหลือกันต่อไปในอนาคต ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเป็นความสำเร็จของการศึกษา ไม่เฉพาะที่เรียนความรู้ทางวิชาการ แต่การที่ได้เพื่อน มีความรู้สึกอบอุ่นใจที่มีคนอื่นสนิทด้วย ก็ถือเป็นความสำเร็จ
ผู้สื่อข่าว China Media Group ถามว่า : ปี 2566 เป็นปีครบรอบ 10 ปีข้อริเริ่มการร่วมกันสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ในปี 2565 จีนและไทยได้ลงนามในแผนส่งเสริมความร่วมมือหลายโครงการ เช่น การเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างประเทศในภูมิภาค พระองค์ทรงมองว่าจะมีบทบาททางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างไร
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตอบว่า คิดว่าเรื่องนี้มีบทบาทใหญ่ เพราะว่าเจอคนไทยหลายคนที่รู้จักกันที่เขาขายผลไม้ เขาบอกว่า ตั้งแต่ที่มีรถผ่านทางลาวขึ้นไป เขาขายผลไม้ได้มากขึ้น จะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น คนจีนก็ได้รับประทานผลไม้จากเมืองไทย

เศรษฐกิจเงินทองหมุนเวียน คนไทยคนจีนได้ร่วมมือกันลงทุนหลายโครงการได้มากขึ้น แต่เสียดายเล็กน้อยที่ทางรถไฟของไทยแคบแต่ทางรถไฟจีนสร้างที่ลาวกว้างกว่า แต่ก็ไม่เป็นไรเราก็เปลี่ยนรถไฟเมื่อเดินทางถึงชายแดนแล้วเราข้ามไปลาว อาจจะไปถึงท้องที่ต่างๆ เท่าที่ถามรถไฟเส้นนี้จะไปทั่วในประเทศจีน แล้วจะออกไปทางตะวันตก ไปยุโรปต่อไปในอนาคต ซึ่งก็มีอีกสายจะเชื่อมกัน
คิดว่าไม่เฉพาะเศรษฐกิจไทย-จีน แต่ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกน่าจะดีขึ้นจากข้อริเริ่มนี้ คนไทย คนจีน แม้แต่คนชาติอื่น ก็อาจจะได้ร่วมมือกัน หวังว่าจะมีโครงการลงทุนในประเทศไทย คนจีนมาลงทุน และคนไทยก็ได้ไปลงทุนในประเทศจีน ไม่เฉพาะด้านค้าขาย แต่ยังได้การเดินทาง ท่องเที่ยว ล้วนแต่เป็นเรื่องดีๆ ทั้งนั้น

ผู้สื่อข่าว China Media Group ถามว่า : แล้วพระองค์ทรงมีแผนจะโดยสารรถไฟสายนี้ในอนาคตไหม
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตอบว่า อยากลอง ก่อนหน้านี้เคยไปหลายสาย อย่างที่เซี่ยงไฮ้เส้นทางไปสนามบินตอนนั้นยังเป็นตอนเริ่มต้น แต่ถ้าทางไกลก็ยังไม่เคยไปทางรถไฟความเร็วสูง คิดว่าจะหาทางเดินทางให้ไกลกว่านั้น
ผู้สื่อข่าว China Media Group ถามว่า : ตั้งแต่ปี 2524 เป็นต้นมา พระองค์เสด็จฯ เยือนจีน 50 ครั้งแล้ว เสด็จฯ ไปเกือบทุกพื้นที่ของจีน พื้นที่ใดบ้างที่พระองค์ทรงประทับใจ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตอบว่า ก็มีหลายๆ ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมด รู้สึกว่ายังมีอีกหลายๆ ที่ยังไม่มีโอกาสไป แม้ไปครบมณฑลต่างๆ แล้ว แต่ว่าแต่ละมณฑลมีขนาดใหญ่มาก ก็ต้องพยายามเจาะแต่ละพื้นที่ให้ลึกลงไปอีก จะพยายามหาโอกาสไปแต่ละพื้นที่ ยังมีอีกเยอะที่ควรจะไป
ผู้สื่อข่าว China Media Group ถามว่า : ในสายพระเนตรของพระองค์ ทรงมองว่า จีนมีภาพลักษณ์อย่างไรเพคะ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตอบว่า คนจีนเป็นคนขยันขันแข็ง มีความเป็นมิตร และเป็นเพื่อนที่ดี
พระราชทานสัมภาษณ์ ณ วันที่ 5 มิ.ย. 2566 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
ดำเนินการสัมภาษณ์โดย คุณ หลี่ ฏันฏัน พิธีกร-ผู้สื่อข่าว China Media Group ภาคภาษาไทย



