เมตา อิงค์ บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการโซเชียลมีเดียเพิ่งประกาศว่า บริษัทมีข้อเสนอให้ทีมวิจัยต่าง ๆ สามารถเข้าถึงเครื่องมือของระบบเอไอ ที่สามารถเลียนแบบพฤติกรรมการคิดโดยใช้เหตุผลของมนุษย์ได้ ในการสร้าง ต่อเติมหรือจำลองภาพ
โมเดลเอไอของ เมตา นี้ มีชื่อเต็มว่า Joint Embedding Predictive Architecture (I-JEPA) เป็นโปรแกรมเอไอที่สามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในรูปภาพ ใช้วาดภาพพื้นหลังโดยการคิดและเลือกข้อมูลจากโลกภายนอกมาใช้ ไม่ใช่การเลือกจากหน่วยพิกเซลของภาพนั้น ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่โมเดลเอไอวาดภาพในปัจจุบันใช้กันอยู่
เมตา กล่าวว่า I-JEPA จะให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าโปรแกรมเอไออื่น ๆ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีตัวนี้จะสามารถหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่ปรากฏในการใช้งานเอไอวาดภาพโปรแกรมอื่น เช่น การลอกองค์ประกอบที่ผิดเพี้ยน ขาดหายหรือไม่สมจริงของเอไอมิดเจอร์นีย์
I-JEPA ใช้พื้นฐานการสร้างโปรแกรมจากการใช้หลักสมมติฐานของ เอียน เลอคุน นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวฝรั่งเศส เขามองว่า โปรแกรมเอไอมีความสามารถในการวางแผนเพื่อทำงานที่ซับซ้อนให้สำเร็จ และสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่คุ้นเคยได้
เมตา กล่าวว่า การพัฒนาโปรแกรม I-JEPA ยึดโยงจากพื้นฐานทฤษฎีที่ว่า มนุษย์จะพัฒนาความรู้จากการสังเกตการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นจริง มีคนลงมือทำจริง ๆ ไม่ใช่จากการคาดหมายถึงสิ่งที่อาจจะหรือควรจะเกิดขึ้น
บริษัทกล่าวอ้างถึง “ข้อมูลที่เป็นสามัญสำนึก” ว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาเอไอ ให้มีพฤติกรรมที่เหมือนผ่านกระบวนการคิดหรือใช้สมองอย่างชาญฉลาด ซึ่งรวมถึงความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากตัวอย่างที่ได้พบเห็น เช่นเดียวกับที่มนุษย์ทำได้
เมตา อิงค์ ยังคงขยายขอบเขตการค้นคว้าวิจัยโปแกรมเอไอแบบโอเพนซอร์สผ่านห้องแล็บวิจัยของบริษัท ด้าน มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ เมตา อิงค์ เคยกล่าวไว้ว่า การแบ่งปันโมเดลโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น โดยบรรดาทีมนักวิจัยจะช่วยให้บริษัทคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น
กระนั้นก็ไม่ใช่ทุกบริษัทจะยินดีไปกับความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีเอไอ บุคคลอย่าง แซม อัลท์แมน ซีอีโอของบริษัทโอเพนเอไอ และ เดมิส ฮัสซาบิส ซีอีโอของแผนกดีพมายด์ ในความดูแลของบริษัทแม่ของกูเกิล พร้อมกับคนอื่น ๆ อีก 350 คน ได้ร่วมลงนามในประกาศเตือนถึงแนวโน้มที่อาจเป็นภัยต่อมนุษย์ซึ่งเกิดจากเทคโนโลยีเอไอ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยศูนย์ความปลอดภัยสำหรับเทคโนโลยีเอไอ
แถลงการณ์ฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปที่เทคโนโลยีเอไอ จะสร้างความวุ่นวายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคระบาดหรือสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ได้ และความกังวลนี้ ควรได้รับการจัดลำดับความสำคัญให้อยู่ในระดับต้น ๆ ของปัญหาที่ชาวโลกมีร่วมกัน
ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า เมตา อิงค์ ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้
แหล่งข่าว : verdict.co.uk
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



