สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลมอสโกเริ่มส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ ไปยังเบลารุสแล้ว และคาดว่า กระบวนการที่เหลือจะเสร็จสิ้นภายในฤดูร้อน หรืออย่างช้าที่สุด คือภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงของประเทศยังไม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงจุดยืนเรื่องนิวเคลียร์ ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันยังไม่พบความเป็นไปได้ ว่ารัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์
#SPIEF2023 | ‘We have no need to push nuclear buttons’ – Putin pic.twitter.com/RuTwsjLPV9
— RT (@RT_com) June 16, 2023
อย่างไรก็ตาม บลิงเคนวิจารณ์ปูตินว่า “ย้อนแย้ง” ด้วยการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในเบลารุส แต่โจมตีทางทหารต่อยูเครน ด้วยเหตุผล “เพื่อป้องปราม” ไม่ให้อีกฝ่ายมีอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส “ยอมสละอธิปไตย” ให้แก่อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย สะท้อน “การไม่มีความรับผิดชอบ” และไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน
Russia has delivered its first tactical nuclear weapons to Belarus, President Vladimir Putin says https://t.co/cDEFgxpPGO
— Bloomberg (@business) June 16, 2023
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้นำรัสเซียประกาศเตรียมประจำการอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ ในเบลารุส พร้อมทั้งกล่าวว่า “สหรัฐทำแบบนี้มาก่อนนานแล้ว” ดังนั้น “จึงไม่ควรถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ” และรัฐบาลมอสโกมอบความสนับสนุนทางทหารให้แก่เบลารุส “โดยไม่ได้ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับใดก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์”
ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 1990 หรือก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ที่รัสเซียนำอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ไปติดตั้งในประเทศอื่น สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิ แม้ถือเป็นอาวุธอันตราย แต่ยังคงมีศักยภาพในขอบเขตจำกัด แตกต่างจากระเบิดนิวเคลียร์ ที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงกว่า.
เครดิตภาพ : AFP



