สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลมอสโกเริ่มส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ ไปยังเบลารุสแล้ว และคาดว่า กระบวนการที่เหลือจะเสร็จสิ้นภายในฤดูร้อน หรืออย่างช้าที่สุด คือภายในสิ้นปีนี้


ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงของประเทศยังไม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงจุดยืนเรื่องนิวเคลียร์ ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันยังไม่พบความเป็นไปได้ ว่ารัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์


อย่างไรก็ตาม บลิงเคนวิจารณ์ปูตินว่า “ย้อนแย้ง” ด้วยการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในเบลารุส แต่โจมตีทางทหารต่อยูเครน ด้วยเหตุผล “เพื่อป้องปราม” ไม่ให้อีกฝ่ายมีอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส “ยอมสละอธิปไตย” ให้แก่อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย สะท้อน “การไม่มีความรับผิดชอบ” และไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้นำรัสเซียประกาศเตรียมประจำการอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ ในเบลารุส พร้อมทั้งกล่าวว่า “สหรัฐทำแบบนี้มาก่อนนานแล้ว” ดังนั้น “จึงไม่ควรถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ” และรัฐบาลมอสโกมอบความสนับสนุนทางทหารให้แก่เบลารุส “โดยไม่ได้ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับใดก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์”


ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 1990 หรือก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ที่รัสเซียนำอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ไปติดตั้งในประเทศอื่น สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิ แม้ถือเป็นอาวุธอันตราย แต่ยังคงมีศักยภาพในขอบเขตจำกัด แตกต่างจากระเบิดนิวเคลียร์ ที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงกว่า.

เครดิตภาพ : AFP