สำนักข่าวซินหัวรายงานจากนครเฉิงตู ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่าน.ส. กมลลักษณ์ ซึ่งกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเฉิงตู กล่าวถึงความในใจว่า ตนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งจะมีโอกาส ได้ทำหน้าที่จุดคบเพลิงร่วมกับตัวแทนอีก 30 คน ในงานแข่งขันกีฬาระดับโลกเช่นนี้


อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยคือผู้แจ้งว่า เธอได้รับเลือกและขอให้เข้าร่วมการฝึกซ้อม ตอนแรกเธอนึกว่าได้เข้าร่วมทีมอาสาสมัคร แต่ทราบในเวลาต่อมาว่า เป็นตำแหน่งผู้จุดคบเพลิง ซึ่งทำให้ทั้งประหลาดใจและตื่นเต้นมาก และถือเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำครั้งหนึ่งในชีวิต


นอกจากมีผลการเรียนโดดเด่นแล้ว น.ส. กมลลักษณ์ยังเข้าร่วมกิจกรรม การแลกเปลี่ยน และโครงการอาสาสมัครต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยอย่างแข็งขันมาโดยตลอด และในฐานะอาสาสมัครรุ่นแรกของโครงการ “ห้องเรียนรู้นักศึกษานานาชาติ” เธอยังร้อยเรียงเรื่องราวเกี่ยวกับจีนออกมาได้อย่างน่าสนใจ ผ่านมุมมองข้ามวัฒนธรรม

ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : น.ส. กมลลักษณ์ แหวนเพ็ชร ถือคบเพลิงในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ฤดูร้อน ครั้งที่ 31 ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน


น.ส. กมลลักษณ์เล่าว่า พิธีจุดคบเพลิงในครั้งนี้มีความพิเศษและพิถีพิถันมาก รายละเอียดต่าง ๆ เต็มไปด้วยองค์ประกอบทางวัฒนธรรมอันลุ่มลึก ผู้ถือคบเพลิงทั้ง 31 คนจึงต้องฝึกฝนอย่างจริงจัง พยายามทำทุกอิริยาบถให้ออกมาดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด และนำเสนอภาพดีที่สุดแก่ผู้ชม เธออยากนำคบเพลิงกลับไปยังประเทศไทยเพื่อให้คนที่บ้านได้ชื่นชม และหวังว่า ในอนาคตครอบครัวของเธอจะมีโอกาสเดินทามายังนครเฉิงตู


นักศึกษาสาวไทยผู้นี้ถือเป็น “แฟนคลับเมืองเฉิงตู” เธอหลงใหลเสน่ห์ของนครที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา และรุ่มรวยวัฒนธรรมแห่งนี้ โดยเฉพาะความน่ารักของแพนด้า และประทับใจทุกครั้ง เมื่อได้เห็น “หรงเป่า” หรือมาสคอตแพนด้าของงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก พร้อมเผยว่า ตนยังเคยออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีองค์ประกอบของแพนด้าด้วย พร้อมทั้งอยากให้คนไทยได้รู้จัก และหลงรักแพนด้า ตลอดจนเฉิงตู


จากความประทับใจที่มีต่ออาหารและผู้คนแล้ว น.ส. กมลลักษณ์ยังชอบไปเที่ยวรอบนครเฉิงตู เพื่อสัมผัสวัฒนธรรม และมักนำองค์ประกอบศิลป์ต่าง ๆ เช่น ภาพวาดบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน การแสดงกลเปลี่ยนหน้า และวัฒนธรรมซานซิงตุยโบราณ มาผสานไว้ในผลงานการออกแบบของตน ก่อนทิ้งท้ายอย่างกันเองว่าตนเป็น “เอฟซีของวัฒนธรรมเฉิงตู”.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA