น.ส.กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทค อี-บิสสิเนส เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงกรณีสินค้าจากจีน เข้ามาขายในไทยผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ในราคาถูกจนส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าไทย ว่า สินค้าจากจีน ที่เข้ามาในไทยมีมานาน แต่ว่าในช่วงนี้มีการขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและตัดราคาจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้อยากให้มองเป็นโอกาส ในการพัฒนาสินค้าให้เข้าสู่ตลาดพรีเมียมแทน เพราะการที่จะลงไปแข่งขันในตลาดแมสหรือระดับล่าง คงไม่สามารถแข่งขันเรื่องราคาได้

“อยากให้ผู้ประกอบการไทยมีการปรับตัว เพื่อพัฒนาสินค้าแข่งขันโดยชูเรื่องคุณภาพที่เหนือกว่าสินค้าจากจีน เพราะการจะลงไปแข่งขัน ก็คงสู้เรื่องราคา และต้นทุนการผลิตไม่ได้ จึงควรจับหรือมองหาตลาดใหม่ๆ ที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพแทน หรือออกไลน์สินค้าใหม่ๆ สู่ตลาด เพื่อเพิ่มยอดขาย เพราะว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะตกต่ำ หรือ ชะลอตัวอย่างไร กลุ่มคนซื้อในระดับพรีเมียมก็ยังมีกำลังซื้ออยู่ และสินค้าจากไทย ก็เป็นที่ยอมรับและมีความต้องการจากผู้บริโภคอยู่”

กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ

น.ส.กุลธิรัตน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ผู้ประกอบการไทยควรมองถึงการนำสินค้าไปขายในต่างประเทศ ผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ซึ่งปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากขึ้น โดยเฉพาะ คลอส บอเดอร์ อีคอมเมิร์ซ ที่สามารถขายสินค้าไป ยังทั่วโลกได้ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ จะช่วยเป็นการเปิดตลาดในต่างประเทศ ซึ่งคนต่างชาติสามารถซื้อสินค้าไทยผ่านแพลตฟอร์มได้เลย โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เคยมาเที่ยวในไทยแล้วซื้อสินค้ากลับไป และอยากจะซื้อสินค้านี้อีกโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ไทย ก็สามารถหาซื้อสินค้าได้ ขณะเดียวกันในส่วนของภาครัฐ ก็ควรเข้ามาส่งเสริมในด้านต่างๆ เช่น การส่งเสริมอีคอมเมิร์ซให้เรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อให้เด็กมีทักษะในการค้าขายออนไลน์ตั้งแต่เด็ก รวมถึงการสนับสนุนทุนในการเริ่มต้นธุรกิจด้วย.