นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานของประเทศไทยเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้เกิดอุทกภัยใน 13 จังหวัด เช่น จังหวัดอุดรธานี สกลนคร อุบลราชธานี ขอนแก่น นครพนม อำนาจเจริญ และยโสธร ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งท่วมขังในหลายพื้นที่ อาทิ ด้านท้ายเขื่อนห้วยหลวงและริมฝั่งแหล่งน้ำธรรมชาติหนองหาร-สกลนคร จ.อุดรธานี ริมสองฝั่งแม่น้ำสงครามบริเวณ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ด้านท้ายลำน้ำก่ำ จ.นครพนม เขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ที่ลุ่มต่ำริมฝั่งลำน้ำยัง จ.ยโสธร เป็นต้น
ทั้งนี้ สทนช.ได้เร่งประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไขสถานการณ์ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะเดียวกับที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังต่ำกว่าตลิ่งบริเวณเขื่อนปากแม่น้ำมูล จ.อุบลราชธานี จึงสามารถสูบระบายน้ำส่วนเกินลงแม่น้ำโขงได้ในอัตรามากกว่า 200 ล้านลบ.ม.ต่อวัน อ่างเก็บน้ำห้วยหลวงปรับลดการระบาย พร้อมกับปริมาณฝนตกที่ลดลง การเข้าช่วยเหลือวางกระสอบทรายกั้นน้ำ แจกสิ่งของจำเป็นแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร ทำให้ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ขณะที่จุดเฝ้าระวังที่สถานี M7 อ.วารินชำราบจ.อุบลราชธานี ระดับน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง 0.21 เมตร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงทรงตัว ทางจังหวัดได้มีการดำเนินการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้กับประชาชนในพื้นที่เคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมกำหนดพื้นที่อพยพประชาชนแล้วตั้งแต่ก่อนมีการประกาศแจ้งเตือนของ กอนช.ฉบับที่ 18/2566
อย่างไรก็ดี ด้วยสภาพอากาศที่ผันผวน หากเกิดสภาวะวิกฤติ กอนช.จะได้ออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยก่อนเกิดเหตุล่วงหน้าเป็นเวลา 3 วัน เพื่อการเตรียมความพร้อมอพยพ พร้อมกับศูนย์อำนวยการน้ำส่วนหน้าพร้อมออกปฏิบัติการเข้าประจำการพื้นที่เสี่ยงหากเกิดกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนเพื่อให้การช่วยเหลือทันเหตุการณ์ คาดว่าจะช่วยบรรเทาภัยทางน้ำให้กับประชาชนผู้อาศัยในพื้นที่เสี่ยงได้ล่วงหน้า ซึ่งขณะนี้ยังมีหลายพื้นที่ที่คงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง เช่น ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง พื้นที่ภาคตะวันออก และพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เป็นต้น



