นายทัศไนย ส่งศรี หรือบังไนย อายุ 42 ปี ชาว ต.บ้านควน อ.เมืองตรัง จ.ตรัง เปิดเผยว่า หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดทำให้ต้องปิดกิจการธุรกิจทัวร์ และเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมาต้องพาลูก เมีย กลับมาอยู่บ้าน ระหว่างนั้นอยากกินหอยโข่ง แต่หาซื้อยากจึงมีความคิดว่าหากเราได้เพาะเลี้ยงหอยโข่งก็น่าจะดี จึงปรับพื้นที่รอบบ้านพัก ประมาณ 2 ไร่เศษ ใช้เป็นพื้นที่สำหรับเพาะเลี้ยงหอยโข่ง ซึ่งเป็นหอยที่เนื้อแน่น หวาน นิยมนำไปประกอบอาหารรับประทาน เช่น แกงกะทิ และหอยโข่งในอดีตหาได้ง่าย และชุกชุมมากตามห้วย หนอง คลอง บึง หรือทุ่งนา

โดยการเลี้ยงจะไม่ยุ่งยาก นำตัวหอยโข่งจากธรรมชาติ ที่รับซื้อจากชาวบ้าน ไปใส่ไว้ในบ่อดิน บ่อพลาสติก และบ่อผ้าใบ ใส่น้ำ ใส่จอกแหน และ ผักตบชวา ซึ่งเป็นวัชพืชที่หาได้ง่าย ไว้เป็นอาหารของหอย รวมทั้งให้อาหารเลี้ยงคู่กันไป และเมื่อได้ระยะเวลาที่หอยมีการผสมพันธุ์ จะใช้วิธีตักหอยขึ้นมาช่วงกลางคืนที่หอยเพศผู้ และเมียจะขึ้นคู่ด้วยกัน พร้อมที่จะวางไข่ ตักขึ้นมาพักไว้เพื่อให้คลายน้ำ 12 ชม. จนมีการวางไข่ และรอให้ถึงอายุ 1 เดือน ทำการคลอด ก่อนจะส่งขายเป็นพ่อแม่พันธุ์ จากธรรมชาติ พร้อมชุดเพาะฟัก ไข่ 1 คู่ ตะกร้าเพราะฟัก ตัวฉีดน้ำ ทำการแพ็คส่งไปยังจังหวัดต่างๆตามลูกค้าสั่ง ด้วยการห่อฟางเพื่อให้มีความชื้น ในราคา 179 บาท โดยหอยจะไม่เสียชีวิต จุดเด่นคือพ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ ไข่ใหญ่ ลูกพันธุ์แข็งแรง จึงจะส่งให้ลูกค้า

สำหรับพ่อแม่พันธุ์ที่ขายการันตีว่าจะเป็นตัวผู้และเมียแน่นอน การที่เรานำมาเพาะฟักเองอัตราการรอดสูงกว่าฟักเองตามธรรมชาติ เราทำมา 3 เดือน มีลูกค้าจากพื้นที่ใกล้เคียง และต่างจังหวัด เช่น จ.อุตรดิตถ์ จ.น่าน ลูกค้าที่ซื้อไปเลี้ยง บอกว่ารอดทุกตัว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ มองว่าอนาคตก็น่าจะดี ตลาดในปัจจุบันนี้ไม่พอ ตนได้รับผลกระทบจากพิษโควิดเต็มๆ กลับมาก็ตั้งหลักสู้ต่อ อยากให้ทุกคนสู้กันต่อไปเพราะชีวิตต้องเดินต่อ อย่ายอมแพ้ ซึ่งตนนั้นเคยได้รับรายได้จากการทำบริษัททัวร์เดือนละกว่า 6 หลัก จนกระทั่งพิษโควิดรายได้เป็น 0  รอบที่ 3 นี้ถือว่าหนักตนจึงต้องมาสู้กันใหม่ รายได้ตอนนี้อยู่ที่หลักหมื่นพอที่จะดูแลครอบครัวได้ สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ช่องทาง เพจเฟซบุ๊ก “บ้านสวนบังไนยตามใจอันนา _เพาะเลี้ยงหอยโข่งใต้เมืองตรัง” หรือหมายเลขโทรศัพท์ 08-9537-2967 จ๊ะอันดา 08-6515-3018 บังไนย