นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า เปิดเผยว่า หลังจากที่ พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมายดีพีเอส ได้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้กำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งไทยและต่างประเทศ ต้องจดแจ้งข้อมูลภายในวันที่ 18 พ.ย. นั้น ล่าสุดผ่านการบังคับใช้กฎหมาย 50 วัน มีผู้ประกอบการ เข้ามาจดแจ้งกับเอ็ตด้าแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 109 ราย เช่น โรบินฮู้ด, แอปคิวคิว, บิทคับ และบริการยืนยันตัวตน รูปแบบดิจิทัล (เอ็นดีไอดี) เป็นต้น
“สำหรับธุรกิจที่มาจดแจ้ง ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการแพลตฟอร์ม ประเภท อีมาร์เก็ตเพลส มากที่สุด รองลงมาคือ แพลตฟอร์มสื่อสาร, แอปรวบรวมข่าว, เว็บเบราว์เซอร์, คลาว์ด เซอร์วิส และบริการโฆษณา เป็นต้น ซึ่งมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยระยะแรกจะมุ่งเน้นให้กลุ่มบริการแพลตฟอร์มทั่วไปเร่งเข้ามาแจ้งก่อน ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาสอบถามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งคุณสมบัติของแพลตฟอร์มที่ต้องเข้าข่าย ปฏิบัติตามกฎหมาย รายละเอียดเอกสารข้อมูลที่ต้องแจ้ง ช่องทางและขั้นตอนการแจ้งข้อมูล เป็นต้น”
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทีมกำกับดูแลกฎหมายดีพีเอส ได้ดำเนินการให้คำปรึกษา ตลอดจนคำแนะนำแก่ ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดระบบให้แพลตฟอร์มได้เข้ามาตรวจสอบคุณสมบัติด้วยตนเองแบบง่ายๆ ผ่านทางออนไลน์ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผ่านมา 50 วัน ยังไม่พบแพลตฟอร์มต่างชาติรายใหญ่ๆ เข้ามาจดทะเบียน ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก กูเกิล ไลน์ แกร็บ ช้อปปี้ และ ลาซาด้า เป็นต้น อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามไปทาง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ระยะเวลาการแจ้งมีกำหนดถึง 18 พ.ย. ซึ่งเวลาอีก 1 เดือน เชื่อว่าแพลตฟอร์มต่างชาติจะเข้ามาจดทะเบียนเพิ่มขึ้นแน่นอน



