เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกล่อลวงไปทำงานที่เมืองเล้าก์ก่าย ประเทศเมียนมา ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และหารือกับหน่วยงานของทางการเมียนมา โดยหารือกับปลัดตรวจคนเข้าเมืองและประชากรเมียนมา เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ทราบว่าขณะนี้มีคนไทยที่ถูกล่อลวงไปทำงานในเมืองเล้าก์ก่าย 219 คน และมีจำนวนคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือและอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 153 คน โดยในจำนวนนี้ อยู่ในความดูแลของทางการเมียนมาคือค่ายทหาร 120 คน อยู่ที่โรงแรมที่พักรอทางการมารับกลับ 22 คน อยู่ที่สถานีตำรวจ 11 คน และยังมีคนไทยที่ยังตรวจสอบสถานะไม่ได้อีก 71 คน นอกจากนี้ สถานทูตยังได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่า ยังมีคนไทยที่ถูกล่อลวงไปทำงานที่เมืองเพียน ซึ่งไม่ไกลจากเมืองเล้าก์ก่าย อีก 107 คน

นางกาญจนา กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา ทางการเมียนมาได้ช่วยเหลือชาวต่างชาติหลายสัญชาติออกมาเป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้ระยะเวลาในการช่วยเหลือและเป็นไปตามกฎหมายเมียนมา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างทางการเมียนมาและทางการจีน ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สำหรับกรณีของคนไทยที่ถูกล่อลวงไปทำงานจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่า มีงานดี เงินดี แต่เมื่อไปถึงงานไม่ได้เป็นอย่างที่ติดต่อไป หลายครั้งถูกยึดหนังสือเดินทาง หรือถูกกักขังอยู่ในสถานที่ประกอบการต่างๆ ไปขายบริการ หรือไม่อยู่ในพื้นที่เข้าถึงได้ การช่วยเหลือก็ทำได้ยากลำบาก อีกทั้งทางการเมียนมาก็ระบุว่า มีผู้ลักลอบเข้าเมืองด้วยอีกจำนวนไม่น้อยเลย อย่างไรก็ตาม ทางการไทยก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือเพื่อกลับออกมาอย่างปลอดภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางสถานทูตด้วย

นางกาญจนา กล่าวว่า ในเมืองเล้าก์ก่าย เป็นเขตปกครองตนเองที่มีสถานการณ์พิเศษ และมีความไม่สงบในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง เป็นเขตที่ต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้ ทางสถานเอกอัคราชทูตไทยฯ และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเตือนคนไทยอย่างต่อเนื่องว่าอย่าเข้าไป และอย่าหลงเชื่อผู้ที่ชักชวนเข้าไปทำงานให้บริการในรูปแบบต่างๆ ในเมืองที่เป็นพื้นที่สู้รบ อาทิ เมืองเล้าก์ก่าย เมืองป๊อก เมืองลา เมืองเซ และเมืองอื่นๆ ที่ลึกเข้าไปในเมียนมา โดยจะมีการโฆษณาชวนเชื่อว่าจะมีรายได้หลักแสนบาท