นายกิตติทัศน์ ผาทอง ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ เปิดเผยหลังเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน พร้อมด้วยกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และการยาสูบแห่งประเทศไทย เพื่อหารือร่วมกันเกี่ยวกับปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำ ว่า อาชีพของชาวไร่ยาสูบมีปัญหาข้อจำกัดด้านการผลิต เนื่องจากโควตาการรับซื้อจากการยาสูบฯ ลดลงจากที่เคยได้ในปี 2560 ยาสูบไม่เหมือนพืชชนิดอื่นที่จะปลูกเท่าไหร่ก็ได้ นำไปขายให้ใครก็ได้ เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจควบคุม ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกได้ตามโควตาที่ถูกจัดสรรให้เท่านั้น ซึ่งใบยาสูบสายพันธุ์เวอร์จิเนียได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะผลผลิตที่ได้ในประเทศส่งขายให้กับการยาสูบฯ กว่า 90% และขณะนี้ถูกลดราคารับซื้อลงไปอีก 4 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากสถานการณ์ในประเทศแล้ว เหตุการณ์ความรุนแรงในหลาย ๆ ภูมิภาคทั่วโลก ยังกระทบต่อราคาของปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย ฟืน และค่าไฟฟ้า ให้มีการปรับขึ้นด้วย

ปัจจุบันประชากรกว่า 40% ยังอยู่ในภาคการเกษตร แต่กลับมีรายได้ลดลง ต้นทุนสูงขึ้น แม้การปลูกยาสูบในไทยได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยี เช่น เตาบ่มไฟฟ้า รถสูบน้ำโซลาร์เซลล์ เข้ามาใช้ทุ่นแรงและลดค่าใช้จ่าย แต่การใช้แรงงานคนในบางขั้นตอน ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เกษตรกรเองก็ไม่อยากทิ้งอาชีพนี้ไป เพราะยาสูบเป็นพืชที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนยาสูบทั่วไทยมาหลายชั่วอายุคน มีราคาดีกว่าการปลูกพืชชนิดอื่นในช่วงฤดูการปลูกเดียวกัน เฉลี่ยถึง 25,000 บาทต่อไร่ และสามารถปลูกสลับกับการทำนาปลูกข้าวและพืชอื่น ๆ ได้ ซึ่งปัจจุบันมีชาวไร่ยาสูบกว่า 30,000 ครอบครัวในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน กินพื้นที่ 16 จังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น การช่วยเหลือสนับสนุนจากรัฐ เพื่อช่วยแบ่งเบาต้นทุน จึงจำเป็นมากสำหรับพี่น้องชาวไร่ยาสูบ

สำหรับยุทธศาสตร์เพิ่มรายได้เกษตรกรของพรรคเพื่อไทยนั้น ยังมีการมุ่งแก้ไขกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการเพิ่มผลประกอบการเช่นกัน ซึ่งตัวแทนชาวไร่ยาสูบมองว่า กฎระเบียบบางอย่างในปัจจุบัน มีเพื่อควบคุมและจำกัดเท่านั้น ไม่ได้เอื้อต่อการประกอบอาชีพ ตัวอย่างเช่นร่างกฎกระทรวงสาธารณสุขที่ห้ามการเติมสารปรุงแต่งในบุหรี่ ซึ่งขณะนี้รอการนำเข้าพิจารณาโดยคณะรัฐมนตรีอยู่ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว มีความคลุมเครือมากในการใช้คำ อาจตีความได้ว่าไม่อนุญาตให้เติมสารใด ๆ เลย ซึ่งมีผลกับการทำบุหรี่เย็น ที่ไม่ได้มีแค่เมนทอลเท่านั้นที่ถูกนำมาปรุงแต่ง หากร่างนี้ผ่าน ก็อาจทำให้บุหรี่เถื่อนในไทยเพิ่มสูงขึ้น และชาวไร่ยาสูบอาจสูญเสียอาชีพไปตลอดกาล

ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบเชื่อว่า ทุกด้านของยุทธศาสตร์ด้านเกษตรกรรมของพรรคเพื่อไทย ที่เกี่ยวกับยาสูบ ได้มีหน่วยงานรัฐและนักวิชาการได้ทำการศึกษาไว้อยู่แล้ว เหลือแค่รอเวลาที่เหมาะสมที่จะถูกหยิบยกมาพิจารณาเท่านั้น จึงอยากฝากพรรคเพื่อไทย ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนรากหญ้า และเป็นปากเป็นเสียงให้เกษตรกรไทยมาตลอด รวมถึงเป็นผู้แทนจากพื้นที่ยาสูบส่วนใหญ่ในประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของชาวไร่ยาสูบ และทำงานร่วมกับ สส. พื้นที่ยาสูบจากพรรคอื่น ช่วยผลักดันการสนับสนุนด้านต้นทุนการผลิต ราคารับซื้อที่เหมาะสม และนโยบายที่เอื้อต่อเกษตรกรทั้งด้านการผลิต ภาษี สร้างทางเลือกและโอกาสใหม่ ๆ จากพืชยาสูบ และการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มรายได้เป็น 3 เท่าให้ได้ภายในปี 2570 ตามนโยบายที่หาเสียงไว้



