สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่าสำนักงานยามฝั่งฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ ว่าในระหว่างที่เรือของหน่วยยามฝั่ง ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากกองทัพ กำลังลำเลียงเสบียงไปส่งให้กับทหาร ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานปฏิบัติการ บนแนวสันดอนโธมัสที่สอง ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ “ตามปกติ” เกิดการเผชิญหน้ากับเรือยามฝั่งของจีน ซึ่งเข้ามาขวางและฉีดน้ำใส่ ถือเป็นการกระทำที่ “มีเจตนาสร้างอันตราย”


ขณะที่สำนักงานยามฝั่งของจีนออกแถลงการณ์ ว่าเรือของฟิลิปปินส์ “เป็นฝ่ายละเมิดอธิปไตยทางทะเลของจีน” ดังนั้น จึงต้องมีการใช้ “มาตรการควบคุมอันตราย” และขอเรียกร้องให้รัฐบาลมะนิลายุติดำเนินการยั่วยุ


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ หลังเรือของจีนและฟิลิปปินส์ เผชิญหน้าและเฉี่ยวชนกัน บริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สอง เมื่อปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยทั้งสองประเทศยังคงกล่าวโทษกันไปมา ว่าเป็นฝ่ายละเมิดอธิปไตย


ทั้งนี้ แนวสันดอนโธมัสที่สองตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดปาลาวัน ที่อยู่ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ ประมาณ 105 ไมล์ทะเล ซึ่งการที่แนวสันดอนโธมัสที่สอง ยังตั้งอยู่ในทะเลอาณาเขต ที่ถือเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ คือห่างไม่เกิน 200 ไมล์ทะเลจากเส้นฐาน กองทัพฟิลิปปินส์จึงเข้าไปประจำการในบริเวณนี้ ตั้งแต่ปี 2541 และใช้ซากเรือรบในบริเวณนั้น เป็นฐานประจำการชั่วคราว


อนึ่ง แนวสันดอนโธมัสที่สองกลายเป็น “จุดร้อน” แห่งล่าสุดในทะเลจีนใต้ ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเรือของทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้าและปะทะกันบ่อยครั้ง ระหว่างหน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์ปฏิบัติภารกิจส่งเสบียง.

เครดิตภาพ : AFP