เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่ จ.ระนอง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ได้เดินทางมายังมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษา จ.ระนอง เพื่อพบกับกลุ่มภาคประชาชนที่เดินทางมารวมตัวกัน เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ ประมาณ 100 กว่าคน โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับกลุ่มคัดค้านฯ
โดยกลุ่มคัดค้านมีการชูป้ายข้อความต่างๆ อาทิ มีการบิดเบือนข้อมูลและริดรอนสิทธิของประชาชน, การศึกษาผลกระทบยังไม่รอบด้าน, แบบพัฒนาโครงการไม่รอบคอบ, กระบวนการให้ข้อมูลไม่รอบด้าน เป็นต้น และมีการชูธงแสดงสัญลักษณ์ที่มีข้อความระบุว่า “หยุดแลนด์บริดจ์”
ด้านแกนนำกลุ่มผู้คัดค้านฯ กล่าวว่า ทราบดีถึงการมุ่งมั่นของนายกฯ ในการบริหารประเทศ ภายใต้การนำของนายกฯ ที่มุ่งมั่น และที่สำคัญเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่านี้ในทุกมิติ และหลายนโยบายพวกเราไม่ได้คัดค้านพร้อมสนับสนุน แต่โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ จึงมีข้อแนะนำและเรียกร้อง ให้รัฐบาลจะต้องมีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านและได้มาตรฐาน การศึกษาจะต้องไม่ลำเอียง กำหนดเป้าหมายการพัฒนาอย่างชัดเจน โดยบูรณาการกับแผนงานอื่นๆ อย่างเป็นรูปธรรมในทุกด้าน รวมถึงประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมโดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างรอบด้าน และให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์เป็นไปอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ กลุ่มผู้คัดค้านฯ ยังมีข้อเรียกร้องอีกว่า อยากให้รัฐบาลทำการพัฒนาในด้านต่างๆ ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะการประมงและการเกษตร และเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วม ซึ่งประกอบด้วยนักการเมือง ข้าราชการ ท้องถิ่น และภาคประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เป็นกลไกในการทำงาน ที่จะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
โดยนายกฯ กล่าวว่า ตน ท่านมีข้อสงสัยอยู่หลายข้อ หนึ่งเรื่องการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ครอบคลุมหรือเปล่า มีอิสระหรือเปล่า ดูแลทุกมิติหรือเปล่า ไม่ใช่แค่แลนด์บริดจ์อย่างเดียว อุตสาหกรรมที่จะมาต่อเนื่องในอนาคตด้วย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในท้องถิ่นด้วย ตรงนี้รับฟังจะนำไปพิจารณาเป็นข้อประกอบการทำเอกสารศึกษา เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีความกระจ่างในจุดประสงค์ของการทำแลนด์บริดจ์ และวันที่ 23 ม.ค. ได้มีการพูดคุยตามมาด้วย เกี่ยวกับเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคใต้ นอกเหนือจากแลนด์บริดจ์ ซึ่งตนมั่นใจว่ารัฐบาลนี้ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว มาตรการที่จะสร้างสนามบินอันดามันเนเชอรัล ที่จังหวัดพังงา ทราบดีว่าเราดำเนินการแล้วโดยรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะเรื่องการประมง เมื่อได้มีคณะกรรมการประมง 14 จังหวัด มาขอบคุณ โดยอาทิตย์หน้าจะเอาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประมง เพื่อให้ชาวประมงกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้งตามกฎของไอยูยู รัฐบาลทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องที่พูดมา เรื่องวัฒนธรรมกีฬา อาหารต่างๆ เหล่านี้ได้บรรจุไว้นโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ขอยืนยันทุกสิทธิทุกเสียงของประชาชนจะได้รับการรับฟัง ไตร่ตรองที่ดีจากรัฐบาล.





