นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดการอบรม โครงการพัฒนาและยกระดับฟาร์มโคเนื้อสู่เกษตรมูลค่าสูง ณ แฟนตาซี รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ว่า ดังนั้น สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท ได้จัดทำ “โครงการพัฒนาและยกระดับฟาร์มโคเนื้อสู่เกษตรมูลค่าสูง” เพื่อพัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในจังหวัดชัยนาท ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกณฑ์กำหนดของมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคเนื้อ (มกษ.6400-2555) ให้เกษตรกรสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน มีความพร้อมในการยื่นขอการรับรองตามมาตรฐาน การปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคเนื้อ (มกษ.6400-2555) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพ และความปลอดภัยของสินค้า และยังทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อมีศักยภาพเพียงพอในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อของตนเอง ให้เป็นอาชีพที่มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ตามเป้าหมายนโยบาย “ชัยนาทโมเดล”
“ผมเชื่อมั่นว่าหากเกษตรกรมีอาชีพเสริม เช่น การเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ดี “ชัยนาทบีฟ” ตามโครงการ “ชัยนาทโมเดล” ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน สามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความยากจน หมดหนี้สิน สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีฐานะมั่นคง เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกร โคเนื้อพันธุ์ “ชัยนาทบีฟ” เป็นโคเนื้อขุนลูกผสมบราห์มันกับโคเนื้อสายพันธุ์ยุโรป เช่น แองกัส บีฟมาสเตอร์ ชาโลเล่ย์ วากิว ซึ่งปัจจุบันจังหวัดชัยนาท มีเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 3,557 ราย มีประชากรโคเนื้อ จำนวน 58,088 ตัว โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อบางส่วนได้ปฏิบัติและผ่านการรับรองมาตรฐานการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (Good Farming Management; GFM) จากกรมปศุสัตว์แล้ว”
ด้าน นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคเนื้อ (มกษ.6400-2555) ได้กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติตั้งแต่ 1.องค์ประกอบฟาร์ม อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากอันตรายทางเคมี และชีวภาพ มีแหล่งน้ำที่สะอาดเหมาะแก่การเลี้ยงโค และมีปริมาณเพียงพอตลอดปี 2.อาหารสำหรับโคเนื้อ จัดให้มีอาหารหยาบและอาหารข้นที่มีคุณภาพดีเพียงพอกับความต้องการของโคเนื้อแต่ละประเภท โดยเฉพาะอาหารข้นที่นำมาใช้ต้องมีคุณภาพและมาจากแหล่งผลิต ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ 3.น้ำ แหล่งน้ำใช้ในฟาร์มอยู่ในบริเวณที่ไม่เสี่ยง ต่อการปนเปื้อนจากสิ่งที่เป็นอันตราย 4.การจัดการฟาร์ม แสดงรายละเอียดการปฏิบัติงานที่สำคัญภายในฟาร์ม ได้แก่ ระบบการเลี้ยง อาหารและน้ำสำหรับโคเนื้อ การจัดการฟาร์มรวมถึงการจัดการฝูงโคตามวัตถุประสงค์การจัดการด้านสุขภาพโคเนื้อ และการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์สิ่งแวดล้อม
5.สุขภาพสัตว์ อยู่ภายใต้ความดูแลของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ. 2545 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ตามข้อกำหนดใน มกษ.9032 มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ข้อปฏิบัติการควบคุม การใช้ยาสัตว์ 6.สวัสดิภาพสัตว์ ดูแลโคเนื้อ ให้มีความเป็นอยู่สบายและได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม หากโคเนื้อบาดเจ็บ ป่วย หรือพิการ เพื่อไม่ให้ทุกข์ทรมาน 7.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการซากโคให้อยู่ในดุลยพินิจของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม กรณีทำลายให้นำซากไปฝังไว้บริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึง ใต้ระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 50 cm ราดด้วยยาฆ่าเชื้อโรค หรือใช้ปูนขาวโรยจนทั่วแล้วกลบดินปิดปากหลุม และพูนดินกลบหลุมเหนือระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 50 cm และ 8.การบันทึกข้อมูล จัดทำบันทึกผลปฏิบัติงานในขั้นตอนสำคัญในการจัดการฟาร์ม และข้อมูลประวัติของสัตว์ ทั้งนี้ หากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคสามารถปฏิบัติได้ครบทั้ง 8 หัวข้อ สามารถยื่นขอการรับรองมาตรฐานฟาร์มโคเนื้อ จากสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ได้ เพื่อผลิตโคที่มีสุขภาพดี และได้เนื้อโคและผลิตผลอื่นๆ ที่มีคุณภาพเหมาะสมในการนำไปใช้ผลิตเป็นอาหารที่ปลอดภัยต่อการบริโภค



