สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 ก.พ. เกี่ยวกับความคืบหน้าของการนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งมีการลงคะแนน เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า หลังรับคะแนนไปแล้วมากกว่า 50% พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต รมว.กลาโหมอินโดนีเซียคนปัจจุบัน จากพรรคเกอรินทรา ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนแล้ว 56.89%


ตามด้วยนายอานิส บาสเวดาน อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา ลงสมัครในนามอิสระ ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนแล้ว 25.27% และนายกันจาร์ ปราโนโว อดีตผู้ว่าการจังหวัดชวากลาง จากพรรคประชาธิปไตยอินโดนีเซีย-การต่อสู้ (พีดีไอ-พี) ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนแล้ว 17.84%


หากแนวโน้มของการนับคะแนนยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป หมายความว่า การเลือกตั้งผู้นำอินโดนีเซียจะไม่จำเป็นต้องมีรอบตัดสินหรือรอบชิงดำ เนื่องจาก พล.ท.ซูเบียนโต ได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ คือ 50%


ขณะที่บาสเวดานและปราโนโวยังไม่ได้ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ และแสดงความยินดีกับ พล.ท.ซูเบียนโต โดนทั้งสองคนกล่าวว่า จะรอผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะประกาศช่วงกลางเดือน มี.ค. นี้


ด้านประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำคนปัจจุบัน ซึ่งไม่สามารถลงสมัครได้อีก เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบสองสมัยแล้ว คือ 10 ปี กล่าวว่า ได้แสดงความยินดีกับ พล.ท.ซูเบียนโต แล้ว


อนึ่ง วิโดโดเผชิญกับเสียงวิจารณ์ไม่น้อยจากหลายฝ่าย ว่ากำลังปูทางของการสืบทอดอำนาจทางการเมือง จากการที่นายกีบราน ราคาบูมิง รากา บุตรชายคนโต ลงสมัครคู่กับ พล.ท.ซูเบียนโต ในตำแหน่งรองผู้นำ ทั้งที่อายุยังไม่ถึง 40 ปี แต่ศาลรัฐธรรมนูญปรับแก้กฎหมายดังกล่าว และการที่วิโดโดมีท่าทีสนับสนุน พล.ท.ซูเบียนโต สวนทางกับที่กล่าวมาตลอดว่า “จะวางตัวเป็นกลาง”


นอกจากนี้ ภูมิหลังทางทหารของ พล.ท.ซูเบียนโต ยังคงเป็นที่ถกเถียง โดยกองทัพให้ พล.ท.ซูเบียนโต ออกจากราชการ เมื่อปี 2541 จากข้อกล่าวหาว่า พล.ท.ซูเบียนโต อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวนักกิจกรรมการเมืองหลายคน ในช่วงสิ้นสุดยุครัฐบาลซูฮาร์โต กระนั้น พล.ท.ซูเบียนโต ไม่เคยถูกดำเนินคดี.

เครดิตภาพ : AFP