สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ว่า หากมีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว กรีซจะกลายเป็นประเทศที่ 37 ของโลก และเป็นประเทศซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ประเทศแรก ที่รับรองการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม โดยคู่สมรสเพศเดียวกัน

ร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาธิปไตยใหม่ ของนายกรัฐมนตรีคีเรียกอส มิตโซทากิส ได้รับการอนุมัติด้วยมติ 176 เสียง จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 245 คน ภายหลังการอภิปรายนาน 2 วัน

“นี่คือเหตุการณ์สำคัญในด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กรีซในปัจจุบัน เป็นประเทศที่ก้าวหน้า เป็นประชาธิปไตย และยึดมั่นในคุณค่าของยุโรปอย่างกระตือรือร้น” มิตโซทากิส ระบุบนแพลตฟอร์ม เอ็กซ์

ทั้งนี้ มิตโซทากิส ซึ่งเป็นหัวหอกของร่างกฎหมายฉบับนี้ เรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติ “กำจัดความไม่เท่าเทียมที่ร้ายแรง” ในประชาธิปไตยของกรีซ พร้อมกับเสริมว่า การปฏิรูปข้างต้น จะปรับปรุงชีวิตของพลเมืองจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่พรากสิ่งใดไปจากชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่

กลุ่มผู้สนับสนุนของชุมชนเพศทางเลือก รวมตัวกันนอกอาคารรัฐสภาของกรีซ ในกรุงเอเธนส์ เพื่อรอการประกาศผลการลงมติรับรองร่างกฎหมายการสมรสเพศเดียวกัน และการรับบุตรบุญธรรม

อย่างไรก็ตาม คริสตจักรแห่งกรีซ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสมาชิกสภาผู้แทษราษฎรหลายคน แสดงท่าทีคัดค้านต่อการปฏิรูป โดยให้เหตุผลว่า กฎหมายใหม่จะทำให้เด็กเติบโตมาใน “สภาพแวดล้อมแห่งความสับสน” และมันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกำหนดความเป็นจริงใหม่ ซึ่งมุ่งหวังที่จะทำลายความสามัคคีทางสังคมของบ้านเกิดเมืองนอน

ขณะเดียวกัน สมาคมของกลุ่มเพศทางเลือกหลายแห่ง ยกย่องการลงมติรับรองร่างกฎหมายการสมรสเพศเดียวกัน และการรับบุตรบุญธรรมของกรีซ ว่าเป็น “เหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์”.

เครดิตภาพ : AFP