สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ว่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง (เอชเคยูเอสที) ได้ใช้ชุดหูฟังเสมือนจริงเพื่อเดินทางไปยังศาลาเหนือเมฆ เพื่อเรียนทฤษฎีเกมจากอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
นักศึกษาในรายวิชานี้เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรของเอชเคยูเอสที ที่กำลังทดสอบการใช้ “อาจารย์เอไอ” ขณะที่การปฏิวัติปัญญาประดิษฐ์ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก หลังความพร้อมใช้งานของเครื่องมือเอไอ อาทิ แชตจีพีที ได้จุดประกายความคิดในเชิงบวกต่อประสิทธิภาพและการสอนของเอไอ แม้จะยังมีความกังวลเรื่องการโกง, การลอกเลียนแบบ และการมาแทนที่ผู้สอนที่เป็นมนุษย์
ศ.ปัน ฮุย หัวหน้าโครงการเอไอของมหาวิทยาลัย ไม่กังวลว่าเทคโนโลยีจะมาแทนที่ และเขาเชื่อว่าเอไอจะช่วยบรรเทาปัญหาได้จริง ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นปัญหาการขาดแคลนครูทั่วโลก “ครูเอไอสามารถนำความหลากหลาย, นำเสนอแง่มุมที่น่าสนใจ และยังสามารถเล่าเรื่องที่น่าประทับใจ”
ในหลักสูตร “โซเชียลมีเดียเพื่อการสร้างสรรค์” ผู้สอนที่สร้างโดยเอไอ จะสอนนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา 30 คน เกี่ยวกับเทคโนโลยีเสมือนจริงและผลกระทบของแพลตฟอร์มดิจิทัล
ครูผู้สอนเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นหลังจากได้รับการป้อนสื่อประกอบการสอน โดยรูปลักษณ์, เสียง และท่าทางของตัวตนในโลกเสมือนจริงจะสามารถปรับแต่งได้ นอกจากนี้ สามารถแสดงผลบนหน้าจอหรือชุดหูฟังวีอาร์ หรือเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเสมือนจริง โดยเทคโนโลยีทั้งหมดจะถูกผสมผสานเข้ากับการสอนตัวต่อตัวของ ศ.ฮุย ซึ่งเขาเชื่อว่า ระบบนี้จะช่วยให้อาจารย์ที่เป็นมนุษย์เป็นอิสระจากงานส่วนที่ “น่าเบื่อ”
น.ส.เลอร์รี่ หยาง นักศึกษาปริญญาเอกซึ่งทำการวิจัยเกี่ยวกับเมตาเวิร์ส เธอมองว่า ข้อดีของอาจารย์เอไอคือ ความสามารถในการปรับให้เข้ากับความชอบส่วนบุคคล และเพิ่มการเรียนรู้
อย่างไรก็ดี เธอกล่าวว่า “หากอาจารย์เอไอทำให้เธอรู้สึกเปิดกว้างทางจิตใจมากขึ้น หรือทำให้รู้สึกเข้าถึงได้และเป็นมิตร ก็อาจลบระยะห่างระหว่างเธอกับอาจารย์ได้”
Einstein and anime: How a Hong Kong university is testing the use of ‘AI lecturers’
— Hong Kong Free Press HKFP (@hkfp) May 11, 2024
???? https://t.co/Qsz9wAujKx pic.twitter.com/LI7gzioZI1
ขณะนี้ ผู้ให้การศึกษาทั่วโลกกำลังต่อสู้กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างข้อมูลใหม่ได้ ตั้งแต่การตรวจจับการลอกงาน ไปจนถึงการกำหนดขอบเขตในการใช้เครื่องมือดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยในฮ่องกงเคยมีความลังเลในการใช้เอไอ แต่เมื่อปี 2566 มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในฮ่องกงอนุญาตให้นักศึกษาใช้เอไอได้ในระดับที่แตกต่างกันไปในแต่ละหลักสูตร โดยในเอชเคยูเอสที ศ.ฮุยกำลังทดสอบอาจารย์เอไอ ซึ่งมีเพศและภูมิหลังทางชาติพันธุ์ที่แตกต่างกัน เอไอที่คล้ายคลึงของบุคคลสำคัญทางวิชาการที่มีชื่อเสียง อาทิ ไอน์สไตน์ และจอห์น แนช นักเศรษฐศาสตร์
“จนถึงขณะนี้ อาจารย์ประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ผู้สอนที่อายุน้อยและหญิงสาวที่สวยงาม” ศ.ฮุยระบุเพิ่มเติม
ขณะที่ น.ส.คริสตี ปัง นักศึกษาปริญญาเอกที่ร่วมงานในโครงการดังกล่าว ระบุว่า การทดลองกับตัวละครอนิเมะญี่ปุ่นได้รับเสียงตอบรับที่แตกแยก “คนที่ชอบก็ชอบมันมาก แต่บางคนกลับรู้สึกว่าสิ่งที่อาจารย์พูดไม่น่าเชื่อถือ”
นอกจากนั้น ศ.ฮุยกล่าวว่า อาจมีอนาคตที่อาจารย์เอไอเหนือกว่ามนุษย์ในแง่ของความน่าเชื่อถือ แม้ว่าตัวเขาจะชอบให้ทั้งเอไอและอาจารย์จริง ๆ สอนอย่างผสมผสานกันก็ตาม “ผมในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยจะดูแลนักศึกษาได้ดียิ่งขึ้น เช่น ในด้านความฉลาดทางอารมณ์, ความคิดสร้างสรรค์ และการคิดเชิงวิพากษ์”
ขณะนี้ แม้อาจารย์เอไอจะน่าทึ่งสำหรับผู้เรียน แต่เทคโนโลยีดังกล่าวยังห่างไกลจากระดับที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรง ต่อครูผู้สอนซึ่งเป็นมนุษย์ เนื่องจากเอไอไม่สามารถโต้ตอบกับนักศึกษาหรือตอบคำถามได้ เช่นเดียวกับเนื้อหาจากเอไอประเภทอื่น ๆ ที่สามารถให้คำตอบที่ผิดหรือแปลกประหลาด ซึ่งในบางครั้งมักถูกเรียกว่า “ภาพหลอน”
จากการสำรวจนักศึกษามากกว่า 400 คน เมื่อปี 2566 ศ.เซซิเลีย ชาน จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ผู้ค้นพบจุดตัดกันของเอไอและการศึกษา ระบุว่าผู้ตอบแบบสอบถามชอบมนุษย์มากกว่าอวตารดิจิทัล “(นักเรียน) ยังคงชอบพูดคุยกับบุคคลจริง ๆ เพราะครูที่เป็นมนุษย์จะให้ประสบการณ์, ความคิดเห็น และความเห็นอกเห็นใจ” เธอถามกลับว่า “คุณอยากฟังคอมพิวเตอร์ชมว่า ‘ทำได้ดี’ ไหม” และอธิบายเพิ่มเติมว่าขณะนี้ นักศึกษาใช้เอไอในการช่วยเรียนรู้อยู่แล้ว
“ทุกคนกำลังทำมัน” นักเรียนของศ.ฮุย ระบุ โดยเขาเชื่อว่า “คุณไม่สามารถต่อต้านความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้”.
เครดิตภาพ : AFP






