สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศแผนยุติการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว “ทั้งหมด” ภายในปี 2578

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของรัฐบาลกลางสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้าและบริการรายใหญ่ที่สุดในโลก อาจส่งผลกระทบต่อตลาดโลก, กระตุ้นให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลาสติก โดยรัฐบาลกลางระบุว่า “การผลิตพลาสติกและขยะที่เพิ่มขึ้น 2 เท่า ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา, การทิ้งขยะในมหาสมุทร, การปล่อยมลพิษสู่อากาศในชุมชนละแวกอุตสาหกรรม และการคุกคามระบบสาธารณสุข”

ภายใต้เป้าหมายใหม่ รัฐบาลกลางสหรัฐจะยุติการจัดซื้อพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในบริการด้านอาหาร, กิจกรรมจัดเลี้ยง และบรรจุภัณฑ์ ภายในปี 2570 และกำหนดให้รัฐบาลกลางยุติการใช้พลาสติกทั้งหมด ภายในปี 2578

อนึ่ง การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2565 ที่ต้องการยุติการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งในอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่สาธารณะ

ขณะที่ข้อมูลจาก โอเชียนา องค์กรไม่แสวงผลกำไรด้านการอนุรักษ์มหาสมุทร ระบุว่า ในแต่ละปี พลาสติกประมาณ 15 ล้านเมตริกตันถูกปล่อยลงมหาสมุทร รวมไปถึงพลาสติกใช้แล้วทิ้ง อาทิ ขวด, บรรจุภัณฑ์, ภาชนะบรรจุอาหารใใช้แล้วทิ้ง และถุง “เราขอชื่นชมฝ่ายบริหารของไบเดน ที่มีความมุ่งมั่นในการยุติการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง” น.ส.คริสตี เลวิตต์ ผอ.รณรงค์ด้านพลาสติกของโอเชียนา กล่าว

ทั้งนี้ สหรัฐเปิดเผยเอกสารกลยุทธ์ฉบับใหม่ 83 หน้า ซึ่งกำหนดเป้าหมายการลดมลพิษจากพลาสติกทั้งในขั้นตอนการผลิต, แปรรูป, ใช้งาน และกำจัด ขณะที่การเจรจารอบที่ 5 ของสนธิสัญญาพลาสติกโลก กำลังจะมีขึ้นอีกครั้งในเดือน พ.ย. นี้ ที่เมืองปูซาน ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES