สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่า อินเดียติดตั้งระบบเตือนภัย ที่ทะเลสาบธารน้ำแข็งบริเวณหิมาลัย 190 แห่ง เนื่องจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ทะเลสาบธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยอย่างน้อย 7,500 แห่ง มีความเสี่ยงจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินเดีย พุ่งเป้าไปยังทะเลสาบ 190 แห่ง จากทั้งหมดมากกว่า 7,500 แห่ง บนเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งการติดตั้งระบบอาจใช้เวลาดำเนินการถึง 3 ปี “เราได้ดำเนินการอย่างก้าวหน้าเพื่อลดความเสี่ยง” นายซาฟี อาห์ซาน ริซวี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอ็นดีเอ็มเอ กล่าว
“น้ำท่วมทะลักจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง” เกิดขึ้นเมื่อธารน้ำแข็งปล่อยน้ำที่สะสมมาในอดีตออกมาอย่างกะทันหัน ซึ่งทะเลสาบเหล่านี้เกิดขึ้นจากการละลายของธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์
การสำรวจแต่ละครั้ง ได้ดำเนินการติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า รอบทะเลสาบที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 6 แห่ง ในรัฐสิกขิม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งเมื่อเดือน ต.ค. 2566 เคยมีผู้เสียจากอุทกภัยอย่างน้อย 77 ราย “เราได้ติดตั้งระบบเตือนภัยให้กับทะเลสาบอย่างน้อย 20 แห่ง และจะทำให้สำเร็จอีก 40 แห่งภายในฤดูร้อนนี้” ริซวีกล่าว โดยโครงการนี้ยังรวมไปถึงการลดระดับน้ำสะสม และน้ำแข็งที่ละลายในทะเลสาบด้วย
โครงการดังกล่าว รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ กองทัพ หน่วยงานของรัฐ องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย นักธรณีวิทยา นักอุทกวิทยา วิศวกรคอมพิวเตอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ ขณะที่กองทัพอากาศ คาดว่าจะเข้าร่วมภารกิจในภายหลัง
India is installing advanced warning systems at nearly 200 Himalayan glacial lakes that are at risk of overflowing – a threat exacerbated by climate change.
— WION (@WIONews) September 4, 2024
With over 7,500 glacial lakes, many of them pose a serious threat of flash floods.@sehgalrahesha tells you more pic.twitter.com/jSR8JgXpRg
ทั้งนี้ ทหารจะสนับสนุนภารกิจจัดส่งอุปกรณ์เข้าไปยังพื้นที่ห่างไกล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เทือกเขาหิมาลัยในอินเดีย ตั้งแต่รัฐจัมมูและแคชเมียร์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงแคว้นลาดักห์ ทางตอนเหนือ และรัฐอรุณาจัลประเทศ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย
การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ธารน้ำแข็งละลายหายไป และมีการคาดการณ์ว่าธารน้ำแข็งครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 215,000 ทั่วโลก จะละลายภายในสิ้นศตวรรษนี้ แม้มนุษย์จะสามารถคงอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมได้ก็ตาม
การสำรวจโดยดาวเทียม เมื่อปี 2563 แสดงให้เห็นว่า ปริมาณน้ำของทะเลสาบธารน้ำแข็งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 ภายในระยะเวลาเพียง 30 ปี และการศึกษาในวารสารเนเจอร์ คอมมิวนิเคชันส์ พบว่ามีผู้คน 15 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตร จากทะเลสาบธารน้ำแข็ง และหลายคนอาศัยอยู่ในระยะ 1 กิโลเมตร จากจุดที่อาจเกิดน้ำท่วมจากรอยแยก
“เทือกเขาสูงในเอเชีย” ทั้ง 12 ประเทศ รวมทั้งในอินเดีย ปากีสถาน จีน และเนปาล มีความเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากผู้คนจำนวนมากอาศัยอยู่ใกล้กับทะเลสาบธารน้ำแข็ง มากกว่าส่วนอื่นของโลก และทำให้ระยะเวลาเตือนภัยสั้นลง
เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เนปาลเผชิญกับการระเบิดของทะเลสาบน้ำแข็งในภูมิภาคเอเวอเรสต์ ซึ่งก่อให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ จากน้ำเย็นยะเยือกที่ไหลผ่านหมู่บ้านทาเม และพัดทำลายอาคารบ้านเรือน อย่างไรก็ดี ชาวบ้านได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า จึงไม่มีผู้เสียชีวิต
ด้านศูนย์นานาชาติสำหรับการพัฒนาพื้นที่ภูเขาแบบบูรณาการ (ไอซีไอเอ็มโอดี) อธิบายว่า เหตุการณ์เหล่านี้เป็นตัวอย่างของผลกระทบร้ายแรงของอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และกำลังเอาคืนมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซเรือนกระจกที่ทำลายธรรมชาติ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



