สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่ารัฐบาลวอชิงตันของไบเดนรับผู้ลี้ภัย 100,000 คน ผ่านโครงการรับผู้ลี้ภัยของสหรัฐ ในปีงบประมาณ 2567 ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยถือเป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 30 ปี
ไบเดนระบุในบันทึกว่า การรับผู้ลี้ภัยสูงสุด 125,000 คนเข้าสู่สหรัฐ ในปีงบประมาณ 2568 มีเหตุผลสนับสนุนจากปัญหาด้านมนุษยธรรม หรือเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
With the help of new innovations like @WelcomeCorps, the Safe Mobility Initiative, and the generosity of Americans across the country, we intend to reach our target of welcoming 125,000 refugees, as set by the Presidential Determination on Refugee Admissions established today. https://t.co/iGV58ux3kW
— Population, Refugees, and Migration Bureau (@StatePRM) October 1, 2024
การโยกย้ายถิ่นฐานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ประกอบการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปัจจุบันเป็นแคนดิเดตของพรรครีพับลิกัน เคยจำกัดการรับผู้ลี้ภัย ขณะดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2560-2564 และได้ให้คำมั่นว่าจะปราบปรามผู้อพยพ หากชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง
ทั้งนี้ โครงการรับผู้ลี้ภัยของสหรัฐ (ยูเอสอาร์เอพี) เปิดรับผู้อยู่นอกประเทศบ้านเกิด ซึ่งเผชิญกับการข่มเหงทางเชื้อชาติ, ศาสนา, สัญชาติ, จากการเป็นสมาชิกในกลุ่มสังคมใดสังคมหนึ่ง หรือความคิดเห็นทางการเมือง โดยผู้สมัครจะต้องอยู่นอกสหรัฐจึงจะมีสิทธิได้รับสถานะดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ไบเดนเคยตั้งเป้ารับผู้ลี้ภัย 125,000 คน เมื่อปีงบประมาณ 2565 แต่ทำไม่สำเร็จ แม้ดำเนินการรับผู้ลี้ภัยอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้วก็ตาม.
เครดิตภาพ : AFP



