สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่าผู้ประท้วงประมาณ 15,000 คนจากทั่วทุกมุมของประเทศ หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเวลลิงตัน เพื่อร่วมการเดินขบวนประท้วง ที่เรียกว่า “hīkoi” ในภาษาเมารี ไปยังรัฐสภา
การประท้วงได้ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วนิวซีแลนด์ หลังพรรคการเมืองขนาดเล็กภายใต้รัฐบาลผสมอนุรักษนิยม เสนอร่างกฎหมายเพื่อกำหนดนิยามของ “สนธิสัญญาไวทังกิ” ใหม่ แต่นักวิจารณ์หลายคนมองว่า จะกลายเป็นการยกเลิกโครงการสนับสนุนพลเมืองชาวเมารี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตในความยากจน เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และทนทุกข์ทรมานในเรือนจำ
นายเดวิด ซีมัวร์ หัวหน้าพรรคแอคท์ (ACT) ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าว อ้างว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นความพยายามในการยุติ “การปฏิบัติเป็นพิเศษ” ต่อชาวเมารีซึ่งมีอยู่ราว 900,000 คนในนิวซีแลนด์
The New Zealand government is pulling back on protecting Māori rights, sparking protests from indigenous lawmakers who oppose the decision with their traditional “haka” chant.
— Suppressed News. (@SuppressedNws) November 14, 2024
This is powerful. pic.twitter.com/ed5OKaDRB1
แม้นายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน ผู้นำนิวซีแลนด์คนปัจจุบัน ให้คำมั่นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะไม่ผ่านเป็นกฎหมาย แต่การที่ลักซอนปล่อยให้พรรคร่วมเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่ออภิปราย เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากหลายฝ่าย และถึงขั้นมีการประท้วงของสมาชิกเชื้อสายเมารี
ปัจจุบัน สนธิสัญญาไวทังกิมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชนพื้นเมืองกับชาวนิวซีแลนด์ที่ไม่ใช่ชนพื้นเมือง และปกป้องผลประโยชน์ของชุมชนชาวเมารี.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES







