สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวถึงการตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) หรือศาลอาญาโลก ร่วมกับนายโยอาฟ กัลลันต์ อดีต รมว.กลาโหม ในข้อหาอาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากสงครามในฉนวนกาซา ว่าไอซีซีเป็นสถาบัน “ที่มีจุดยืนต่อต้านยิวอย่างโจ่งแจ้ง”
ทั้งนี้ เนทันยาฮูยืนยันว่า มติดังกล่าวไม่อาจขัดขวางอิสราเอล ในการเดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร เพื่อปกป้องประเทศต่อไป และอิสราเอล “ไม่มีทางก้มหัวให้กับทุกแรงกดดัน” พร้อมทั้งประณามการตั้งข้อกล่าวหาของไอซีซี “ไร้สาระและน่ารังเกียจที่สุด”
The antisemitic decision of the international court in The Hague is a modern Dreyfus trial, and it will end the same way. pic.twitter.com/e1l8PMghrB
— Benjamin Netanyahu – בנימין נתניהו (@netanyahu) November 21, 2024
อนึ่ง นายคาริม ข่าน อัยการของไอซีซี กล่าวว่า อาชญากรรมซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองคนของรัฐบาลอิสราเอลเกี่ยวข้อง รวมถึง “การอดอยาก”, “การฆ่าโดยเจตนา” และ “การกวาดล้าง” หรือ “การฆาตกรรม” จากสงครามในฉนวนกาซา “อย่างน้อยตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. 2566 จนถึงวันที่ 20 พ.ค. 2567” ซึ่งเป็นวันที่มีการยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้มีการพิจารณาคำร้องขอออกหมายจับ
ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐออกแถลงการณ์ วิตกกังวลอย่างยิ่ง ต่อการที่ไอซีซีออกหมายจับเนทันยาฮูและกัลลันต์
อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาโลกอนุมัติในโอกาสเดียวกันนี้ ออกหมายจับ นายโมฮัมเหม็ด เดอีฟ ผู้นำกองพลน้อยอัล-กอสซัม ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาส ในข้อหาเดียวกับเนทันยาฮูและกัลลันต์ แต่อิสราเอลกล่าวว่า เดอีฟเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพ ในฉนวนกาซา เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
อนึ่ง การออกหมายจับของไอซีซี หรือศาลอาญาโลก “มีความหมายตามหลักการ” ว่าสมาชิกไอซีซี 124 ประเทศ “ควรจับกุม” เนทันยาฮู และกัลลันต์ หากบุคคลดังกล่าวเดินทางเข้าไปยังประเทศที่เป็นภาคีของธรรมนูญกรุงโรม ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ในการก่อตั้งไอซีซี
ทว่าไอซีซีไม่มีอำนาจบังคับใช้หมายจับ และน้อยครั้งมากที่ประเทศสมาชิกปฏิบัติตาม อาทิ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย มีหมายจับของไอซีซีติดตัวเช่นกัน จากคดีอาชญากรรมสงครามในยูเครน ทว่าปูตินเยือนมองโกเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกไอซีซี เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



