สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่ารัฐบาลกัมพูชาประเมินว่า โครงการคลองฟูนันเตโช มีค่าใช้จ่าย 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 58,960 ล้านบาท) หรือเกือบ 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของกัมพูชา

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนเปิดเผยว่า “ถือเป็นแนวปฏิบัติทางธุรกิจปกติของบริษัทจีน ที่จะช่วยเหลือกัมพูชาในการสำรวจการก่อสร้างโครงการอนุรักษ์น้ำอย่างครอบคลุม” โดยไม่กล่าวถึงประเด็นของเงินทุนแต่อย่างใด แต่ยืนยันว่า ทั้งสองประเทศเป็น “เพื่อนที่แน่นแฟ้น”

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ และไม่ได้ตอบกลับคำขอรับความคิดเห็นเกี่ยวกับเงินทุนจากต่างประเทศ เพื่อโครงการขุดคลองสายสำคัญนี้

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่ และแหล่งข่าวนักการทูต ล้วนวิเคราะห์ว่า การที่จีนไม่แสดงความมุ่งมั่นชัดเจนในเรื่องนี้ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการทั้งหมด เนื่องจากเป็นการสะท้อนความไม่แน่นอนเกี่ยวกับต้นทุน, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความสามารถในการทำกำไร

นอกจากนั้น แนวโน้มดังกล่าวยังบ่งชี้ การที่รัฐบาลปักกิ่งลดขนาดการลงทุนในต่างประเทศลงอย่างมาก เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงต้องเผชิญกับภาวะดิ้นรน จึงต้องจำกัดการลงทุนภายนอก รวมทั้งในประเทศหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เช่น กัมพูชา

ในการสัมภาษณ์เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา นายซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งรับผิดชอบโครงการคลองฟูนันเตโช กล่าวว่า บริษัทไชนา โรด แอนด์ บริดจ์ คอร์ปอเรชัน (ซีอาร์บีซี) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านการก่อสร้างของรัฐบาลจีน จะเข้ามาพัฒนาคลองและ “ดูแลอย่างครอบคลุม” กับค่าใช้จ่ายทั้งหมด แลกกับการได้รับสัมปทานต่อเนื่องหลายทศวรรษ

แต่เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ฮุน มาเนต กล่าวว่า ซีอาร์บีซีจะรับผิดชอบ 49% และส่วนที่เหลือจะมาจากบริษัทของกัมพูชาเอง ขณะที่สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งเป็นบิดาของพล.อ.ฮุน มาเนต เรียกร้องให้ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในคลองดังกล่าว

อนึ่ง แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เมื่อต้นปีนี้ จีนวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่กัมพูชาหลายคนเป็นการส่วนตัว จากการประกาศว่า จีนให้เงินสนับสนุนโครงการ แม้ภาครัฐยังไม่ได้ตัดสินใจ.

เครดิตภาพ : AFP