หลังจากเล่าลือกันมานานถึงข่าวที่ว่าหนึ่งในผู้รับชะตากรรมจากคดีทุจริตครั้งสำคัญจะได้ออกจากเรือนจำแล้ว ในที่สุดก็เป็นข่าวจริง โดย “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีตรมว.พาณิชย์ ในยุครัฐบาลของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซึ่งถูกศาลฎีกาจำคุกในคดีร่วมกันทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เมื่อปี 2558 ให้รับโทษจำคุก 48 ปี ได้รับการพักการลงโทษ และถูกปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค.2567 โดยต้องติดกำไลอีเอ็ม และคุมประพฤติอยู่ที่บ้านพักในจ.เชียงใหม่ เพราะยังเหลือโทษ 3 ปี 5 เดือน เนื่องจากโทษจำคุกจะสิ้นสุดวันที่ 21 เม.ย.2571
แม้กรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่า “บุญทรง” วัย 64 ปี เป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยม และได้รับพระราชทานอภัยโทษมาแล้ว 4 ครั้ง อีกทั้งต้องโทษมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของโทษจำคุกตามคำพิพากษา หรือเป็นผู้สูงอายุตามที่กำหนด
แต่จังหวะเวลาของการพักโทษครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่สังคมต่างจับตาข่าวคราวที่ว่า “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” ซึ่งกำลังหนีคดีดังกล่าวอยู่ในต่างประเทศ จะกลับมาประเทศไทยฉลองวันสงกรานต์ในปี 2568 ตามที่พี่ชาย “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ย้ำซ้ำผ่านสื่อ และก่อนหน้านี้ “ภูมิ สาระผล” อดีตรมช.พาณิชย์ ที่ถูกศาลสั่งจำคุกในคดีเดียวกัน ได้รับการพักโทษและถูกปล่อยตัวชั่วคราวแล้วเมื่อเดือน ก.ย.2567
กรณีของ“บุญทรง” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแผนเปิดทางให้อดีตนายกฯหญิงกลับบ้านอย่างสบายใจใช่หรือไม่
ซึ่งอาจสืบเนื่องจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งสายสัมพันธ์แนบแน่นกับคนในตระกูลชินวัตร เพราะสนิทสนมกับ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” หัวหน้ากลุ่มการเมืองวังบัวบาน และเป็นน้องสาวของ “อดีตนายกฯทักษิณ” อีกทั้งในยุค “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” โยกย้าย “บุญทรง” จากตำแหน่งรมช.คลัง ให้ขึ้นนั่งเก้าอี้รมว.พาณิชย์ เพื่อให้ไปทำงานสำคัญ คือการเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และการระบายมันสำปะหลัง (มันเส้น) แบบจีทูจี ขายให้กับจีน
ต่อมา ทั้ง 2 โครงการทำให้ “บุญทรง” และผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายราย กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตครั้งสำคัญ โดยคดีของโครงการรับจำนำข้าว ศาลฎีกาตัดสินลงโทษแล้ว แต่คดีระบายมันเส้น ยังอยู่ในมืออัยการกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวว่าอดีตรัฐมนตรีผู้นี้กุมความลับสำคัญของ 2 คดีดังกล่าว จึงมีผู้พยายามเสนอดีลเพื่อแลกกับการเอื้ออำนวยต่อการกลับประเทศไทยของอดีตนายกฯหญิง
แต่น่าสนใจกับคำพูดของ “เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์” บุตรชายของ “บุญทรง” ที่ระบุว่า การพักโทษเป็นการดำเนินการของกรมราชทัณฑ์กับนักโทษที่เข้าเงื่อนไข เป็นสิทธิ์ของคุณพ่อที่ควรได้ คุณพ่อใช้เวลารับโทษมานานพอสมควรแล้ว ไม่เคยมีนักการเมืองในไทยที่ถูกจำคุกนานเท่าคุณพ่อ
จึงน่าติดตามว่า “บุญทรง” จะเลือกเดินต่อไปอย่างไร จะเข้าสมการของ “อดีตนายกฯทักษิณ” หรือไม่ เพราะนอกจากยังพัวพันอีกหลายคดี แต่ที่สำคัญ เขาเคยถูกคนที่สนิทชิดเชื้อกัน ทิ้งไว้ให้อยู่กลางศาลเผชิญชะตากรรมแสนสาหัส
ย่อมจะทำให้หวั่นใจอยู่ว่า สุดท้ายจะกลายเป็นแค่ม้าใช้ในหมากเกมของบ้านจันทร์ส่องหล้าอีกหรือไม่.



