สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่า โชลซ์กล่าวว่า การใช้จ่ายงบประมาณกลาโหมในสัดส่วน 5% ของจีดีพี ถือเป็นเงินจำนวนมาก พร้อมกับเสริมว่า นาโตมีแนวทางที่ชัดเจนในการตัดสินใจ ซึ่งในปัจจุบัน นาโตขอให้ประเทศสมาชิกใช้จ่ายงบประมาณกลาโหม 2% ของจีดีพี
ผู้นำเยอรมนีกล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้จ่าย 5% ของจีดีพี คิดเป็นเงินประมาณ 200,000 ล้านยูโรต่อปี (ราว 7.1 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบกับงบประมาณของรัฐบาลกลางเยอรมนี ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 490,000 ล้านยูโร (ราว 17.4 ล้านล้านบาท) นั่นหมายความว่า เยอรมนีจะต้องหาเงินเพิ่มอีก 150,000 ล้านยูโรต่อปี (ราว 5.3 ล้านล้านบาท)
#UPDATE German Chancellor Olaf Scholz voiced opposition on Thursday to US President-elect Donald Trump's call for NATO members to raise defence spending to 5% of GDP ➡️ https://t.co/2oRgQtbVh7 pic.twitter.com/cN9Jl9c9Hl
— AFP News Agency (@AFP) January 9, 2025
อย่างไรก็ตาม โชลซ์ยอมรับว่า เยอรมนีต้องดำเนินการในด้านความมั่นคงมากกว่านี้ โดยเน้นย้ำว่า รัฐบาลเบอร์ลินเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณกลาโหมประจำปี ประมาณสองเท่า เป็นเกือบ 80,000 ล้านยูโรแล้ว (ราว 2.8 ล้านล้านบาท) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ขณะที่ นายบอริส พิสโตริอุส รมว.กลาโหมเยอรมนี กล่าวว่า สัดส่วนการใช้จ่ายงบประมาณกลาโหม 5% ของจีดีพี เป็นตัวเลขที่มากเกินไป โดยชี้ให้เห็นว่า จำนวนเงินข้างต้นคิดเป็น “ประมาณ 40%” ของงบประมาณทั้งหมดสำหรับเยอรมนี.
เครดิตภาพ : AFP



