สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ว่ามีการเผยแพร่เนื้อหาบางส่วน จากรายงานซึ่งนายแจ็ก สมิธ อัยการพิเศษของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ยื่นต่อสภาคองเกรส เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน ความพยายามของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการพยายามล้มผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อปี 2563 สมควรทำให้ทรัมป์ถูกดำเนินคดี และศาลอาจพิพากษาว่ามีความผิด หากทรัมป์ไม่ชนะการเลือกตั้ง เมื่อปี 2567 เสียก่อน


ทั้งนี้ สมิธยืนยันว่า ตนเองและทีมงานมีหลักฐานซึ่งมีน้ำหนักเพียงพอที่จะเอาผิดทรัมป์ในเรื่องนี้ ซึ่งรวมถึงการที่ทรัมป์ติดต่อสมาชิกสภาและนักการเมืองระดับสูงของหลายรัฐ เพื่อกดดันให้อีกฝ่ายปฏิบัติการรับรองผลการเลือกตั้ง และให้ปรับเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง


ยิ่งไปว่านั้น รายงานของสมิธ ซึ่งมีความยาวทั้งสิ้น 137 หน้า ระบุว่า ทรัมป์และผู้สมคบคิดเตรียมจัดการให้มีคณะบุคคล ซึ่งน่าจะได้เป็นคณะผู้เลือกตั้ง หากทรัมป์สามารถชนะใน 7 รัฐต่อไปนี้ ของการเลือกตั้งเมื่อปี 2563 ได้แก่ แอริโซนา จอร์เจีย มิชิแกน เนวาดา นิวเม็กซิโก เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน พร้อมทั้งกำกับให้กลุ่มคนเหล่านี้ลงนามในเอกสาร “อันเป็นเท็จ” แล้วส่งไปที่กรุงวอชิงตัน เพื่ออ้างการเป็นคณะผู้เลือกตั้งที่ชอบธรรมตามกฎหมาย


ขณะที่ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดีย “ทรูธ โซเชียล” ว่าเนื้อหาทั้งหมดในรายงาน “เป็นเรื่องบ้าบอ” และ “ไม่ใช่ความจริงด้วยประการทั้งปวง”


การเปิดเผยรายงานดังกล่าวของสมิธเกิดขึ้น หลังศาลนครนิวยอร์กมีคำพิพากษา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าทรัมป์ “มีความผิดจริง” จากคดีการปลอมแปลงข้อมูลทางการเงิน เพื่อจ่ายเงินปิดปากให้นักแสดงภาพยนตร์ผู้ใหญ่คนหนึ่ง เก็บความลับเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่ไม่มีการตัดสินบนลงโทษให้แก่ว่าที่ผู้นำสหรัฐ


อย่างไรก็ตาม คดีความดังกล่าวจะทำให้ทรัมป์ ซึ่งเตรียมสาบานตน ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ เป็นผู้นำสหรัฐคนแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีประวัติความผิดอาญาติดตัว.

เครดิตภาพ : AFP