นางธัญญ์พิชชา เถระรัชชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ปี 2568 ว่า ปี 2568 จังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่ยืนต้น 54,151 ไร่ เนื้อที่ให้ผลรวม 53,194 ไร่ เท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากเกษตรกรไม่มีการปลูกใหม่ หรือโค่นทิ้ง ผลผลิตในฤดูรวม 47,609 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 43,619 ตัน (เพิ่มขึ้น 3,990 ตัน หรือร้อยละ 9.15) ผลผลิตเฉลี่ย 895 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 820 กิโลกรัม/ไร่ (เพิ่มขึ้น 75 กิโลกรัม/ไร่ หรือร้อยละ 9.15) เนื่องจากในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2567 มีฝนตกชุกต่อเนื่อง ทำให้ลำต้นสะสมน้ำและอาหารไว้สำหรับการติดดอกออกผลนอกฤดู แต่ต่อมาในช่วงปลายปี 2567 มีสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานานทำให้ช่อดอกของมะม่วงนอกฤดูร่วงหล่นและไม่ติดผล จึงส่งผลให้มีการติดช่อดอกและออกผลใหม่มากกว่าปกติในช่วงของผลผลิตในฤดู ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ของจังหวัดพิษณุโลก มีจำนวน 4,732 ครัวเรือน (สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก ณ 18 ก.พ. 68)

ด้านสถานการณ์การผลิต พบว่า แหล่งปลูกสำคัญอยู่ในพื้นที่อำเภอเนินมะปราง อำเภอวังทอง และอำเภอวัดโบสถ์ โดยเกษตรกรนิยมปลูกช่วงปลายเดือนเมษายน – กันยายน เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 3 – 4 และสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 15 – 20 ปี ซึ่งผลผลิตทั้งหมดจะเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในฤดู โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2568 และจะออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2568 คิดเป็นร้อยละ 70 ของผลผลิตทั้งจังหวัด ด้านราคาจำหน่าย (ราคา ณ 19 กุมภาพันธ์ 2568) ราคารับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อส่งออกในฤดู     เกรด A B  (ขนาด 350 กรัมขึ้นไป) ราคา 38 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ราคารับซื้อเพื่อจำหน่ายตลาดภายในประเทศ ได้แก่ เกรด A B (ขนาด 350 กรัมขึ้นไป) ราคา 23 – 25 บาท/กิโลกรัม เกรด C (ขนาด 250 กรัมขึ้นไป) ราคา 20 บาท/กิโลกรัม และเกรดคละ ราคา 15 – 16 บาท/กิโลกรัม ด้านสถานการณ์ตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้ในฤดู ผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 70 เกษตรกรจำหน่ายให้กับพ่อค้า/ผู้รวบรวมทั้งในและต่างจังหวัด เพื่อนำไปจำหน่ายต่อไปยังตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และสยามเอ็กปอร์ต และผลผลิตร้อยละ 30 จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการเกษตรรายย่อย และผู้ส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ อาทิ บริษัท สวีฟท์ จำกัด ทั้งนี้ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรด A จะส่งออกไปยังตลาดยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ มากถึงร้อยละ 22 ส่วนอีกร้อยละ 7 เป็นเกรด B และที่เหลืออีกร้อยละ 1 เป็นเกรด C จะส่งออกไปยังตลาดจีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม

ทั้งนี้ ด้านแผนบริหารจัดการมะม่วงน้ำดอกไม้ ปี 2568 ของจังหวัดพิษณุโลก จากการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลทางการเกษตรจังหวัดพิษณุโลก (คพจ.) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีการกำหนดแนวทางรองรับผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ที่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2568 โดยมีแผนขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งจะเริ่มส่งออกในเดือนมีนาคม 2568 นี้ ส่วนตลาดเดิม (เกาหลี) ทูตพาณิชย์จะสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจังหวัดพิษณุโลกให้แก่ผู้บริโภคโดยจัดบูธแสดงสินค้า/ทดลองชิม

 สำหรับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามะม่วงน้ำดอกไม้ด้อยคุณภาพ (อ่อน) คพจ.จังหวัดพิษณุโลก ได้กำหนดมาตรการโดยให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสมาคมผู้ส่งมะม่วงส่งออกไทย ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการ (ล้ง) ให้เฝ้าระวังและมิให้รับซื้อผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้อ่อน (ผลแก่ต่ำกว่า 80%) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดโดยเฉพาะภาคใต้ ในช่วงผลผลิตออกกระจุกตัว อาทิ สหกรณ์วัดจันทร์พิษณุโลก และ อ.ต.ก.พิษณุโลก จัดพื้นที่บริการฟรีให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่าย รวมทั้งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและสภาเกษตรกรประสานขออนุเคราะห์ไปรษณีย์จัดโปรโมชั่นอัตราค่าส่งพิเศษในช่วงผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ออกสู่ตลาดมาก ทั้งนี้ หากพบการเก็บผลผลิตมะม่วงอ่อนออกจำหน่าย คพจ.จะเพิ่มระดับความเข้มงวดมาตรการฯ ของจังหวัดต่อไป หากท่านใดสนใจข้อมูลการผลิตและตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้ จังหวัดพิษณุโลก สามารถสอบถามได้ที่ สศท.2 โทร 0 5532 2658 หรือ อีเมล์ [email protected]