สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ว่า จังหวัดปาลาวันซึ่งได้รับการรับรองโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็น “เขตสงวนชีวมณฑล” กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการขุดเหมืองของรัฐบาล เพื่อขยายส่วนแบ่งทางการตลาดของแร่นิกเกิล ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่คัดค้านข้อเสนอดังกล่าวมากขึ้น รวมถึงกลุ่มสิ่งแวดล้อมและนักเคลื่อนไหว ที่ออกมาชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทั้งจากการทำลายป่าและน้ำท่วม ไปจนถึงการอพยพของชนพื้นเมือง

ปัจจุบัน ปาลาวันมีเหมืองทั้งหมด 11 แห่ง ขณะที่คำร้องอีกหลายฉบับยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา

นางกรีเซลดา อันดา ทนายความด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลกลางในกรุงมะนิลา จะไม่สามารถเพิกถอน คำตัดสินของรัฐบาลท้องถิ่นได้ ตามกฎหมายการทำเหมืองของฟิลิปปินส์ ฉบับปี 2538 ที่ระบุชัดเจน ว่าส่วนกลางไม่มีอำนาจเพิกถอนคำตัดสินของรัฐบาลท้องถิ่น 

มากไปกว่านั้น คำสั่งห้ามออกใบอนุญาตฉบับใหม่ ยังชะลอการยื่นคำร้องขอต่ออายุ หรือการขยายใบอนุญาตการทำเหมือง เป็นระยะเวลา 25 ปี

อย่างไรก็ตาม สภาเหมืองแร่แห่งฟิลิปปินส์วิพากษ์วิจารณ์การลงคะแนนเสียงครั้งนี้ โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมนั้น เกินจริงไปมาก” เนื่องจากกฎหมายของรัฐสภา ระบุให้มีมาตรการคุ้มครอง “อย่างเข้มงวด” 

นอกจากนี้ การตัดสินใจดังกล่าว จะจำกัดความสามารถของประเทศในการวางแผน รวมถึงกำหนดกลยุทธ์เกี่ยวกับความมั่งคั่งของแร่ธาตุ ในช่วงเวลาที่ความต้องการแร่ธาตุสำคัญของโลกกำลังเพิ่มขึ้น.

เครดิตภาพ : AFP