สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ว่า การวิจัยของมหาวิทยาลัยบิงแฮมตัน ในนครนิวยอร์ก พบว่า จำนวนผีเสื้อในสหรัฐลดลงถึง 22% ระหว่างปี 2543-2563 ขณะที่บางสายพันธุ์ อาทิ “จูเลียส์ สกิปเปอร์” มีประชากรน้อยลงมากกว่า 90%

การศึกษาวิจัยดังกล่าว ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร “ไซเอนซ์” ทำการวัดความอุดมสมบูรณ์ของผีเสื้อ หรือจำนวนผีเสื้อสายพันธุ์หนึ่ง ๆ ในพื้นที่เฉพาะ โดยได้วิเคราะห์การพบเห็นผีเสื้อ 12.6 ล้านตัว จากการสำรวจ 76,000 ครั้ง ในการตรวจสอบทั้ง 35 โปรแกรม รวมถึงข้อมูลจากโปรแกรมวิทยาศาสตร์ภาคประชาชน

นักวิจัยได้ประมาณแนวโน้มจำนวนผีเสื้อ 342 สายพันธุ์ โดยใช้แบบจำลองทางสถิติ และพบว่า 33% มีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และผีเสื้อหลายชนิดมีการสูญเสียจำนวนประชากรอย่างมาก ซึ่ง 107 สายพันธุ์มีจำนวนลดลงมากกว่า 50%

สำหรับสายพันธุ์ของผีเสื้อซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ สายพันธุ์ฟลอริดา ไวท์, เฮอร์เมส คอปปอร์, เทลด์ ออเรนจ์, มิตเชลล์ส เซเทอร์, และเวสต์ เวอร์จิเนีย ไวท์ สายพันธุ์เหล่านี้ มีจำนวนลดลงมากกว่า 98% ในสหรัฐ ขณะที่ผีเสื้อเวสต์ โคสต์ เลดี ซึ่งเคยเป็นผีเสื้อที่พบเห็นได้ทั่วไปในสวนหลังบ้าน มีจำนวนลดลงถึง 80%

นักวิจัยระบุว่า การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย ยาฆ่าแมลง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นสาเหตุหลักของการลดลงนี้ โดยสถานการณ์เลวร้ายที่สุดอยู่ที่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ร้อนและแห้งแล้งที่สุด.

เครดิตภาพ : AFP