นางฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยถึงการผลักดันโครงการฯ ในด้านประมงว่า ได้ดำเนินงานภายใต้คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ของกรมประมง ซึ่งมีนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เป็นประธาน โดยทำการคัดเลือกพื้นที่และสินค้าเกษตรมูลค่าสูง จำแนกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเพื่อส่งออก ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการรวมกลุ่มกันผลิตและจำหน่าย โดยมีผลผลิตออกสู่ตลาดต่างประเทศเป็นหลัก 2. กลุ่มสินค้ามูลค่าสูง ที่มีการแปรรูปเป็นสินค้า มีตลาดภายในประเทศ และมีการจำหน่ายเป็นผลผลิตโดยตรงหรือแปรรูป 3. กลุ่มสินค้าเกษตรและบริการเชิงสร้างสรรค์ เป็นสินค้าที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และเสน่ห์ชุมชนซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถยกระดับการพัฒนาอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
ซึ่งการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2567 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ ในด้านประมงจำนวน 24 ตำบล 23 อำเภอ 19 จังหวัด รวม 24 กลุ่มเกษตรกร ใน 7 กลุ่มสินค้า ได้แก่ ปลาสวยงาม กุ้งทะเลต้มสุก/แช่แข็ง กุ้งทะเลมีชีวิต กุ้งก้ามกราม ปลานิล ปลากะพง และปูม้า โดยผลจากการประเมินโครงการฯ ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่า ในภาพรวมเกษตรกรมีรายได้สุทธิครัวเรือนเฉลี่ยหลังเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.98 จึงได้ต่อยอดสู่การขยายผลดำเนินโครงการฯ อย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ 64 ตำบล 61 อำเภอ 52 จังหวัด รวม 65 กลุ่มเกษตรกร ใน 13 กลุ่มสินค้า ได้แก่ ปลาสวยงาม ปลาน้ำจืดมีชีวิต กุ้งทะเลมีชีวิต กุ้งก้ามกราม ปลากะพงขาว ปูทะเล กบนา หอยนางรม จระเข้ ปลานิล สินค้าแปรรูปจากสัตว์น้ำจืด สินค้าทะเลต้มสุก/แช่แข็ง และสินค้าแปรรูปจากสัตว์น้ำเค็ม โดยวางเป้าหมายการยกระดับรายได้ของกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปีแรก มีรายได้สุทธิครัวเรือนเพิ่มขึ้น 1.15 เท่า
จากการติดตามผลการดำเนินโครงการฯ ล่าสุด พบว่า มีหลายกลุ่มสินค้าประมงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการแปรรูป การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่การตลาดได้อย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม เช่น กลุ่มสินค้ากุ้งก้ามกราม ซึ่งปัจจุบันมี 6 กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ และได้มีการยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าจนสามารถเปิดช่องทางตลาดการส่งออกกุ้งก้ามกรามแบบมีชีวิตไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูง และสร้างมูลค่าได้จำนวนมาก กลุ่มสินค้ากบนา มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 2 กลุ่ม โดยมีจุดเด่นในด้านการลดต้นทุน เนื่องจากใช้น้ำน้อย ระยะเวลาการเลี้ยงสั้น อีกทั้งสามารถบริโภคได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งลูกอ๊อด และเนื้อกบ อีกทั้งยังเป็นสินค้าส่งออกแบบแช่แข็งไปยังตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย
มั่นใจงว่าโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ภายใต้การดำเนินงานของกรมประมง จะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในปี 2570 ตามเป้าหมายที่วางไว้ สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป



