โกลาหลที่สุดคือในพื้นที่ กทม.ซึ่งมีตึกสูงจำนวนมากโยกคลอนไปตามแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาถึง ทำให้ผู้คนต่างหนีตายกันจ้าละหวั่นราวกับผึ้งแตกรัง การจราจร ระบบขนส่งมวลชนเป็นอัมพาต ชาวเมืองกรุงต่างมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กว่าจะรู้ว่าเหตุเกิดจากแผ่นดินไหวในเมียนมาก็ทิ้งระยะเวลานานพอสมควร

แต่ต้องตกตะลึงที่สุดก็เมื่อปรากฏภาพอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ 30 ชั้น ย่านจตุจักร ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มยับ มีคนงานเสียชีวิต และอยู่ระหว่างค้นหาไม่รู้ชะตากรรมนับร้อย ขณะที่อาคารบ้านเรือนของประชาชน โดยเฉพาะคอนโดสูงแตกร้าวเสียหายแทบจะเข้าอยู่ไม่ได้จำนวนมาก เรียกว่าความเสียหายครั้งนี้มูลค่ามหาศาล

งานนี้หน่วยงานภาครัฐเองก็เรียกว่าไปไม่เป็นเหมือนกัน โดยเฉพาะการแจ้งเตือนประชาชนถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จริงอยู่ว่าแผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า แต่เหตุการณ์ต่อจากนั้นในเรื่องของการแจ้งเตือนอาฟเตอร์ช็อกที่จะตามมา หรือแนวทางการปฏิบัติตัว การเฝ้าระวังเหตุ ทั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
โดยเฉพาะการแจ้งเตือนผ่าน SMS จากภาครัฐที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (DDPM) กระทรวงมหาดไทย ทยอยส่งข้อความแนวทางปฏิบัติตัวหากเกิดอาฟเตอร์ช็อกในช่วงบ่ายวันที่ 29 มี.ค. แต่จนถึงเวลานี้ยังมีคนจำนวนมากไม่ได้รับข้อความดังกล่าว ในขณะที่เว็บพนันออนไลน์ หรือแอพพลิเคชั่นทั่วไป แจ้งเตือนประชาชนตั้งแต่วันเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตามในส่วนของ “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังประชุมติดตามนโยบายด้านการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต สั่งเบรกประชุมบินกลับ กทม. เพื่อมาติดตามสถานการณ์ โดยรุดไปที่เกิดเหตุตึก สตง.ถล่ม ตั้งคำถามเหมือนกับทุกคนว่าทำไมเป็นตึกเดียวที่ถล่มพร้อมสั่งสอบข้อเท็จจริง

ด้านผู้นำฝ่ายค้าน “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งถึงจุดเกิดเหตุก่อนหน้านายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลต้องมีระบบเตือนภัยที่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศ หรือ Cell Broadcast โทรศัพท์ต้องดังไม่ว่าจะปิดเสียงหรือปิดแจ้งเตือนอยู่ ซึ่งจะมีประโยชน์ให้ประชาชนได้รับทราบแนวปฏิบัติที่ตรงกัน เพราะที่ผ่านมาต้องไปรอรับข่าวสารจากโซเชียล ซึ่งอาจทำให้เกิดความสูญเสียมากกว่าที่ควรจะเป็น

เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องนำมาถอดบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องการรับมือภัยพิบัติขนาดใหญ่ รวมถึงการรื้อฟื้นความตระหนักรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่ต้องถูกนำมาบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนในทุกระดับ หลังผ่านเหตุการณ์สึนามิปี 2547 มากว่า 20 ปีและอาจละเลยไป
อีกทั้งประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบเหตุตึก สตง.ถล่ม ว่าโยงถึงการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐหรือไม่ เป็นเผือกร้อนในมือ “นายกฯอิ๊งค์” ที่ต้องไขความกระจ่างให้คนในสังคม.



