สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่าผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน 1,486 คน จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส ร่วมกับศูนย์วิจัยอิปซอส ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการ “ภาษีต่างตอบแทน” กับคู่ค้าทั่วโลก ปรากฏว่า คะแนนนิยมของผู้นำสหรัฐอยู่ที่ 43% ถือว่าต่ำที่สุด นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งสมัยที่สอง


ทั้งนี้ คะแนนนิยมดังกล่าวลดลง 2% จากการสำรวจเมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา และลดลง 4% จากการสำรวจภายในเวลาไม่นาน หลังทรัมป์รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ไม่พอใจกับการที่ทรัมป์ใช้นโยบายเก็บภาษีอัตราสูงลิ่วกับประเทศคู่ค้า


นอกจากนี้ เกือบครึ่งของกลุ่มตัวอย่าง มีความวิตกกังวลว่า การที่ทรัมป์ขึ้นภาษีครั้งใหญ่รอบนี้ จะส่งผลกระทบต่อรายได้ครัวเรือน และค่าครองชีพภายในสหรัฐ โดยมีเพียง 37% เท่านั้น ซึ่งเห็นด้วย กับการที่ทรัมป์ใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบนี้


อนึ่ง คะแนนนิยมของทรัมป์เคยสูงถึง 49% เมื่อช่วงต้นปี 2560 และต่ำสุดโดยเหลือเพียง 33% เมื่อเดือน ธ.ค. 2560.

เครดิตภาพ : AFP