เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่สร้างความทรมานให้กับ“ดีเจแมน”หรือ“แมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา” ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่หลังกำแพง 1 ปี 7 เดือน กับอีก 17 วันจนทำให้เจ้าตัวคิดฆ่าตัวตาย ก่อนได้รับอิสรภาพกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวแล้ว 3 เดือน โดย ดีเจแมน ได้เปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ถึงเรื่องราวหลังกำแพงเรือนจำและความทุกข์ที่ต้องเจอ โดยดีเจแมนเผยว่า

ตอนนี้กลับมาอยู่กับครอบครัวประมาณ 3 เดือนแล้ว ในช่วงชีวิตพี่ที่พลิกผันไป ทุกอย่างหายไปหมดเลย ภายในเวลาแป๊บเดียว แล้ววันนั้น 9 พฤษภาคม แทบไม่ได้ร่ำลา เพราะเราไม่ได้เตรียมตัว มันจะไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น วันนั้นไปเลย โดยที่ไม่ได้ลาลูกสักคำ ไม่รู้ว่าวันนั้นจะไม่ได้เจอลูกอีกเลย 1 ปี 7 เดือน 17 วัน พี่อยากจะบอกทุกคน เมื่อเรามีโอกาสหายใจบนโลกใบนี้ อยากจะบอกทุกคนว่าเวลามันสำคัญมาก ความสุขของพี่ก็คือ ตื่นมาวิ่ง ดูแลตัวเอง ดูว่าแม่มาเยี่ยมกี่โมง จดหมายแม่ จดหมายคนที่พี่รักมาเมื่อไหร่ นั่นคือ 20 นาที บางทีคิดเรื่องพูดได้เยอะมาก แต่มนุษย์บางทีเราไม่สามารถพูดได้ทุกอย่าง บางทีมองหน้า คิดถึง ร้องไห้ มันก็หมดเวลาแล้ว แล้วมันต้องเป๊ะแบบนั้นจริงๆ 20 นาที เรารู้ว่าแม่เป็นคนแบบไหน ก็พยามหลอกตัวเองว่า เราอยู่ได้ เราจะไม่ให้เขาทุกข์แม้แต่วินาทีเดียว ต่างคนต่างรู้ว่าต้องให้กำลังใจกัน มันรู้สึกเลยว่า ทำไมกูซวยแบบนี้ ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ไม่อยู่ดีกว่า เคยคิดนะ เพราะสภาพมันแย่มาก แต่พอเจอแม่ เราคิดแบบนั้นไม่ได้เลย มองผู้หญิงที่สู้เพื่อพี่มาตลอด มองตาพี่บอกว่า แมนต้องสู้นะลูก แม่สู้ แม่ไหว แม่โอเค แม่ดูแลหลาน อีกไม่นานเราต้องได้รับความถูกต้อง เพราะเราถูกต้อง บางทีความถูกต้องใจเราไม่ไหว แต่พอเรามองไปที่แม่ พ่อ โอเคสักตั้งวะแมน มันเป็นพลังให้พี่ เลือดแม่อยู่ในกายพี่ แม่พูดเสมอเราเป็นนักรบนะลูก เราต้องสู้ เราก็ฮึบ แม่ให้สติ เราก็เข้าไปต่อสู้กับคนในนั้นอีกว่ากูต้องรอด กูจะเป็นบ้าไม่ได้ เพราะในนั้นแบบเป็นบ้าได้ง่ายๆ เลย 2.โรคติดต่อ 3.คนอันตรายเยอะแยะมากมายไปหมด พี่ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพื่อที่จะออกไปเจอแม่ พ่อ และลูก โดยที่ต้องไม่เป็นอะไรเลย พี่จะต้องสู้ พี่ก็เลยฮึบขึ้นมาอีกครั้งนึง

หลังจากที่ใบเตยไปเยี่ยมตอนนั้นใบเตยออกไปความทุกข์มันยังเต็มเปี่ยมอยู่ เขาก็มาระบายกับพี่ เขาเป็นโรคซึมเศร้าด้วย เขาร้องไห้ เราก็ต้องเข้มแข็ง เราก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกที่รัก เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้น ตอนนี้ลูกป่วยนะ ปาป๊าไม่อยู่ เรื่องนั่น เรื่องนี้ คือเรื่องเยอะมาก เราต้องรับฟัง 20 นาที ฮึบ โอเคไม่เป็นไร หนูไปทำงานก่อนนะ แล้วเขาก็เดินไป พี่เดินออกมาก็เป็นลมเลย เพราะมันเครียดแล้วทำอะไรไม่ได้ แต่พี่ก็ไม่ใช่พระอิฐ พระปูนนะ พี่รับหลายเรื่องจนพี่เครียด ข้างในมันจะระเบิดอยู่แล้ว ล่าสุดพี่กลับมาจากเกาหลี เดินกันอยู่ กินไก่ทอด เขาก็เหม่อ ร้องไห้ พี่ถามเป็นอะไร เขาบอกมันไม่เหมือนเดิม พี่ก็บอกมันกำลังเหมือนเดิม นี่เราได้ออกมาข้างนอกอย่างสมศักดิ์ศรี อย่างที่ป๊าบอกเสมอ แต่มันอาจจะเลวร้ายหน่อย ที่รักต้องลืมเรื่องนี้ไปให้ได้

ดีเจแมน เผยต่อว่า “วินาทีที่เรารู้ว่าความยุติธรรม วันนั้นเป็นวันที่ 16 ธันวาคม เวลา 12:10 น. ท่านเริ่มอ่านคำพิพากษาที่เรารอคอย จับมือกับใบเตย แล้วคุณแม่นั่งอยู่ ลุกซ์ก็ร้องไห้ เชื่อไหมพี่พูดกับใบเตยว่า ที่รัก ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้เป็นป๊าคนเดียว ถ้าโลกนี้มันจะไม่ยุติธรรมกับเรา หนูต้องสู้นะ เพื่อลูก ป๊าไม่เป็นอะไร หนูต้องสู้ หนูต้องทำทุกอย่าง หนูเป็นแม่ที่ดีได้ หนูต้องห้ามออนแอแม้แต่วินาทีเดียว สัญญากับป๊านะ ใบเตยก็ร้องไห้ ไม่ๆ ไปด้วยกัน ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว พอท่านบอกว่า จำเลยที่2 ที่3 ยกฟ้อง เราร้องไห้กอดกัน เหมือนได้ชีวิตใหม่ ตั้งแต่ยังไม่เข้า ตั้งแต่แจ้ง มันคือการตกนรกแล้วนะ ไม่กล้าสู้หน้าใคร คนนี้นินทาเรา คนนี้บอกแมนออกมาได้เพราะมันมีอิทธิพล มันใช้เงิน ถ้าใช้เงินกูไม่ติดคุกหรอก ยิ่งในวงการเดียวกันด้วยนะ รู้จากช่างแต่งหน้า เห้ย…พี่มองคนผิด เราจะเห็นเลย หลังจากนี้ไม่มีใครรอดหรอกถ้าทำผิด ถ้าเจตนาทำผิด พี่เชื่อศาลท่านไม่มีทางปล่อย พอมันหลุดปุ๊บ ร้องไห้กอดกัน แว๊บแรกคือได้เจอเวทมนต์แล้ว เพราะพี่ไม่ได้เจอเขาเลย 1 ปี 7 เดือน 17 วัน พี่ดีใจมาก บอกแม่โอเคเดี๋ยวเจอกัน คืออยากกลับไปในเรือนจำเพื่อให้เสร็จพิธีจะได้ออกมา แล้วมีจดหมายหลังกำแพง ซึ่งนักโทษหรือว่านักโทษฝากขังจะได้วันละ 1 แผ่นยกเว้น เสาร์-อาทิตย์ ได้แค่ 20 บรรทัด คุณพ่อส่งให้พี่ทุกวัน นี่เป็นอีก 1 กำลังใจที่นอกจากเยี่ยม 20 นาที แล้วได้กระดาษ 1 แผ่น ตอนบ่ายสองสี่สิบห้า พี่มีความสุขมาก จากความวุ่นวายไปรับกระดาษมานั่งอ่าน ร้องไห้ มันมีรูปเวทมนต์ พ่อพี่ส่งมาแต่รูปเวทมนต์ พี่ดูความเติบโตของลูกพี่จากกระดาษ 1 แผ่นนั้นทุกวัน แต่พี่ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาพัฒนาการเป็นแบบไหน นอกจากผ่านเรื่องเล่าคำพูดของพ่อ”

ดีเจแมน เล่าต่อว่า “บทเรียนครั้งนี้มีพี่ประมาท บางทีเราเอาคนเข้ามาในชีวิตง่ายเกินไป เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนคนนั้นเป็นยังไง ทำอะไร มันก็เป็นไปได้ที่ทำให้ไปเข้าข้ออะไรหลายอย่าง ก็คือประมาทในการใช้ชีวิต พี่จะไม่ประมาทอีกแล้ว แล้วเวลากับคนที่พี่รักที่สุด พี่ต้องให้เวลากับคุณพ่อ คุณแม่ ท่านเหลือเวลาน้อยลงเรื่อยๆ วันนี้ทุกคนก็ดูได้ ไม่ต้องรอให้ถึงเวลานั้น อย่างที่พี่บอกว่าพี่มูอะไรมาเท่าไหร่ เห็นไหมพระในบ้านเนี่ยจะพาเราผ่านพ้นไปได้ก็มีพ่อ แม่จริงๆ ที่ท่านรักเราหมดหัวใจจริงๆ คนในนั้นก็เหมือนกัน รักเพื่อนมาก แต่ละคดีไม่มีใครมาเยี่ยม เมียบางทียังหนีไปเลย พรุ่งนี้ก็เป็นคนอื่นแล้ว แต่พ่อกับแม่ ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแน่นอน ทุกคนอย่าพลาดแม้แต่วินาทีเดียวที่จะทำให้ท่านมีความสุขอะไรก็ได้ ไม่ต้องใช้เงิน ใช้ทองหรอก อยู่กับพ่อ แม่ให้มีความสุขพี่ก็จะใจเย็นลงในหลายๆ เรื่อง บทเรียนครั้งนี้ เป็นบทเรียนราคาโคตรแพงของครอบครัวพี่ บางอย่างก็ต้องขอบคุณมันด้วย ไม่งั้นพี่จะไม่เห็นคุณค่าของคำว่ากัลยาณมิตร เวทมนต์คือเลือด เนื้อ เชื่อไข ของพวกเรา ซึ่งจะใช้ชีวิตบนโลกนี้ต่อไป พ่อรักลูกที่สุดในชีวิต อยากให้เวทมนต์เป็นเด็กดี เป็นคนดี รู้ไว้วันนี้นะลูก ถ้าย้อนมาดูครอบครัวเรา สง่างามเสมอ และทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอ พ่อรักลูกนะครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก: คุยแซ่บShow