จากกรณี นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สนธิกำลังหลายหน่วยงานทั้งปกครองแก่งกระจาน ตำรวจ ปทส.ภาค 7 ตำรวจ สภ.แก่งกระจาน และทหารทัพพระยาเสือ บุกทลายขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่าในผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน พื้นที่หมู่ 5 บ้านแม่คะเมย ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จับกุมพรานป่าได้ 2 คน พร้อมของกลาง ปืนสงครามเอ็ม 16 เอ 1 ปืนอื่นๆ หลายกระบอก ซากกระทิง และสัตว์อื่นๆ อีกจำนวนมาก โดยขบวนการนี้เชื่อมโยงถึง อดีตจ่าทหาร เกษียณอายุราชการ และ ดาบตำรวจ ตชด. ค่ายศรียานนท์ ตำรวจยศ พ.ต.ท. ในกรุงเทพฯ ที่มาร่วมปาร์ตี้กินเนื้อสัตว์ป่า โดยมี นายเน็ก อดีตตัวแทนการประปานครหลวง ที่พรานป่าซัดทอดว่า เป็นเจ้าของปืนและมักชอบเข้าไปยิงสัตว์ป่าเป็นตัวการสำคัญ และมีอดีตพนักงานราชการ ตำแหน่งพิทักษ์ป่า 2 นาย ที่ลาออก หลังถูกชาวบ้านล้อมจับขณะล่าสัตว์ในอุทยานฯ แก่งกระจาน เมื่อปี 2566 เกี่ยวพันด้วย ซึ่งคดีนี้ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ บก.ปทส. และ บก.ปทส.ภาค 7 เร่งขยายผลดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อม นายญาณ อ้วนสิงห์ และ นายฉลอง ทองสงฆ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห้งชาติแก่งกระจาน สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานปกครองและทหาร ตรวจสอบติดตามความคืบหน้าคดีขบวนการล่าสัตว์ป่า ที่จับกุมเมื่อวันที่ 31 มี.ค.68 กรณีตรวจค้นพบอาวุธสงคราม M16 A1 อาวุธปืนไรเฟิล เครื่องกระสุนและซากสัตว์ป่า

ผลการตรวจสอบมีความคืบหน้าดังนี้ 1.เข้าตรวจค้นพื้นที่ของผู้สงสัย ซึ่งเป็นอดีตจ่าทหาร บริเวณบ้านแม่คะเมย ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ มาตรา 64 ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการซื้อขายเปลี่ยนมือ 6 แปลง จนมาถึงมือที่ 6 คืออดีตจ่าทหาร คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพบว่าพื้นที่รวมกันประมาณ 100 ไร่ จึงได้ทำการจัดทำบันทึกและสอบพยานผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการยึดคืนพื้นที่ โดยทราบว่า ทั้งหมด มีนายหน้า ชื่อ นายสุเมธ เป็นคนดำเนินการขายที่

2.เข้าตรวจสอบพื้นที่ บ้านหุบกล้วย ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการกระทำความผิด และ 3. เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านหุบต้นหมัน ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งข่าวแจ้งว่า มีกระบวนการล่าสัตว์เข้าไปในพื้นที่

นอกจากนี้ผลการตรวจสอบพื้นที่และสอบพยานทั้ง 3 พื้นที่ดังกล่าว สรุปได้ว่ากลุ่มกระบวนการล่าสัตว์ป่าที่ใช้อาวุธสงครามได้เข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจริง โดยมีกระทิงเป็นสัตว์เป้าหมายในการล่า สืบทราบมาว่าในห้วงปีที่ผ่านมาได้ล่ากระทิงไปแล้วมากกว่า 5 ตัว มีการพบปลอกกระสุนปืนอาวุธสงครามอยู่เป็นระยะ คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน เพื่อสืบคดีกระบวนการล่าสัตว์ป่าต่อไป.






