สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่ารัฐบาลวอชิงตันเผยแพร่แถลงการณ์ของนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เนื่องในวาระครบรอบ 5 ปี มติของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ที่กรุงเฮก เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ เกี่ยวกับสถานะของหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ ว่าไม่สามารถใช้ "แผนที่เส้นประเก้าเส้น" เป็นหลักฐานเพื่ออ้างกรรมสิทธิ์ได้ ว่าจุดยืนของรัฐบาลวอชิงตันในเรื่องนี้ ยังคงเป็นไปตามแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศ ฉบับวันที่ 13 ก.ค. ปีที่แล้ว
Five years ago today, the Philippines scored an important victory for the rule of the law in the South China Sea. The United States stands by its allies and partners in defending their maritime rights and standing up for freedom of the seas.
— Secretary Antony Blinken (@SecBlinken) July 12, 2021
ทั้งนี้ แถลงการณ์ที่บลิงเคนอ้างถึง จัดทำในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมีนายไมค์ ปอมเปโอ ดำรงตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศ ระบุว่า การที่จีนประกาศความเป็นเจ้าของทรัพยากรนอกชายฝั่งแทบทั้งหมดในทะเลจีนใต้นั้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสากลอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการเดินหน้าใช้นโยบายกดดันประเทศคู่กรณี เพื่อแย่งชิงสิทธินั้น
The U.S. will support countries that believe China has violated their maritime claims in the South China Sea, Secretary of State Mike Pompeo said https://t.co/pkbpNvY3Qp pic.twitter.com/RnM229QtN9
— Reuters (@Reuters) July 15, 2020
ด้วยเหตุนี้ "จึงชัดเจนที่สุดแล้วว่า" จีนคือภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อทะเลพิพาทในบริเวณนี้ ประชาคมโลกต้องเพิ่มความร่วมมือกัน "ยับยั้ง" ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนหยัดเคียงข้างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และเวียดนาม เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมในทะเลจีนใต้ตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ
Five years ago, the Philippines won a landmark legal victory over China over disputed territories in the South China Sea – but there is still a constant Chinese Coastguard presence https://t.co/Heakcnq6tP pic.twitter.com/YMq9H4ttCh
— BBC News (World) (@BBCWorld) July 8, 2021
ขณะเดียวกัน บลิงเคนกล่าวถึงจุดยืนอันมุ่งมั่นของสหรัฐ ในการยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรา 4 ของสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมสหรัฐ-ฟิลิปปินส์ ฉบับปี 2494 ซึ่งระบุเกี่ยวกับ "ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน" ในยามที่ประเทศใดประเทศหนึ่งตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางทหาร และเปรียบเทียบทะเลจีนใต้ว่า เป็นทะเลซึ่งมีการคุกคามและฝ่าฝืนกฎหมายการเดินเรือมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) รายงานว่า เรือพิฆาตติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ "ยูเอสเอส เบนโฟลด์" ของสหรัฐ "ละเมิดกฎหมายการเดินเรือสากล" ด้วยการล่องเข้ามาใกล้กับน่านน้ำบริเวณหมู่เกาะพาราเซล ในทะเลจีนใต้ "โดยไม่ได้รับอนุญาต" จากรัฐบาลปักกิ่ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของพีแอลเอได้ "กดดัน" ให้เรือเดินทางกลับออกไปแล้ว ด้านกองทัพสหรัฐยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : AP



