สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่า พญ.เคท โอไบรอัน หัวหน้าฝ่ายวัคซีนของดับเบิลยูเอชโอ ระบุว่า พวกเขามั่นใจในผลการประเมินเกี่ยวกับวัคซีน และความปลอดภัยของการทดสอบก็อยู่ในมาตรฐานที่สูงมาก
สืบเนื่องจากรายงานของ เดอะ วอชิงตัน โพสต์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า นายโรเบิร์ต เอฟ. เคเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขสหรัฐ ตั้งเป้าเปลี่ยนแปลงวิธีทดสอบวัคซีน โดยกำหนดให้วัคซีนใหม่ทุกชนิดต้องผ่านการศึกษาด้วย “ยาหลอก” (placebo testing)
Health and Human Services Secretary Robert F. Kennedy Jr. intends to shift the way vaccines are tested, a move that medical experts fear could limit access to vaccines and undermine the public’s trust in immunization depending on its implementation. https://t.co/300whhD8Yy
— The Washington Post (@washingtonpost) May 1, 2025
กระบวนการ “มาตรฐานทองคำ” มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความโปร่งใส แม้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เตือนว่า อาจจำกัดการเข้าถึงวัคซีน และบั่นทอนความเชื่อมั่นในวัคซีนอีกด้วย พญ.โอไบรอันย้ำว่า วัคซีนที่มีอยู่แล้ว และได้รับการดัดแปลงเพื่อครอบคลุมสายพันธุ์ใหม่ ก็ถือเป็นวัคซีนใหม่เช่นกัน
แต่ในกรณีเช่นนี้ การให้ผู้เข้ารับการทดสอบรับยาหลอก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถป้องกันโรคได้ แทนวัคซีนที่ช่วยชีวิตได้ “อาจถือเป็นการผิดจริยธรรม”
ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน รมว.สาธารณสุขสหรัฐผู้ซึ่งไม่เชื่อเรื่องวัคซีน และสนับสนุนทฤษฎีสมคบคิด กล่าวอ้างข้อมูลเท็จว่า วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน มีส่วนผสมของ “เศษซากของทารกที่แท้ง” ซึ่งดับเบิลยูเอชโอโต้แย้งว่า “ไม่เป็นความจริง”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



