นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า จากนโยบายกำแพงภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์  เป็นสิ่งที่ ปณท ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อการขนส่งระหว่างประเทศทั่วโลก ซึ่งอาจมีผลในการเปลี่ยนแปลงข้อยกเว้นภาษีนำเข้ากับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ (DeMinimis Exemption) หรือประมาณ 26,000 บาท กับการไปรษณีย์สหรัฐอเมริกา ซึ่งหากมีการยกเลิกอาจส่งผลให้การขนส่งสินค้า โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซมีการเปลี่ยนแปลงไป สินค้าจะกระจายไปยังเส้นทางอื่นๆ มากขึ้น รวมถึงจะทะลักมายังประเทศไทยด้วย จึงต้องมีการเตรียมพร้อมรองรับในส่วนนี้ โดยเฉพาะหากการขยายระยะเวลาในการจัดเก็บภาษีไป 90 วัน ของสหรัฐสิ้นสุดลง

“ตอนนี้เรื่องนโยบายภาษี ของ ทรัมป์ ยังเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ ว่าการเจรจากับสหรัฐ จะออกมาในรูปแบบใด แต่หากมีการยกเลิกข้อตกลงและจัดเก็บภาษี กับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ ก็จะทำให้การขนส่งสินค้าทั่วโลกได้รับผลกระทบ ในการเข้าไปยังสหรัฐ จากสินค้า 100% อาจเปลี่ยนไปปลายทางอื่น 80% ทาง ปณท จึงต้องจะจับตารองรับ โดยพยายามจับมือกับขนส่งประเทศอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น และสร้างเครือข่ายกับไปรษณีย์ ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน”

นายดนันท์ กล่าวต่อว่า สำหรับในไตรมาส 1 รายได้เฉลี่ยต่อชิ้นเพิ่มขึ้น 70% และมีปริมาณสินค้า เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปี 67 ประมาณ 7.48% ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาสแรก เติบโต มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,945.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.83% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 67 ทำกำไรสุทธิ 534.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 227.72% ซี่งบริการที่โดดเด่นยังคงเป็นบริการส่งด่วน อีเอ็มเอส ที่เพิ่มขึ้น 5.94% จากมาตรฐานการให้บริการและมีโซลูชันที่สอดคล้องกับภาคธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม

อย่างไรก็ตามแม้จะมีปัจจัยหลายด้านที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับการดำเนินงานของไปรษณีย์ไทย แต่ในช่วงไตรมาสที่ 2-4 นี้ ยังคงมีการวางกลยุทธ์รักษาการเติบโต คือ การพัฒนาบริการส่งด่วน อีเอ็มเอส ที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ ตามความต้องารของตลาด และเพิ่มบริการขนส่งที่หลากหลาย ความครอบคลุมทั้งสิ่งของขนาดใหญ่ สินค้าควบคุมอุณหภูมิ ยาและเวชภัณฑ์ นมแม่ สินค้าทางการเกษตร ปลาสวยงาม สินค้า อัตลักษณ์ไทย สินค้าไลฟ์สไตล์ ฯลฯ บริการทางการเงิน การให้บริการกลุ่มค้าปลีก และสร้างพันธมิตรในกลุ่มแพลตฟอร์มอีเบย์ และแอมะซอน รวมถึงจะเปิดตัว ดิจิทัล เมล์บ็อกซ์ เพื่อยกระดับเป็นเทคโพสต์ เต็มรุปแบบในไตรมาส 3 และยังได้เริ่มทยอยเปลี่ยนยานยนต์เป็นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยจะใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้านำจ่ายถึง 9,000 คัน ภายในปี 72 เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานด้วย.