สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่า กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลกลางจะยุติการให้เงินช่วยเหลือ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14,983 ล้านบาท) แก่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นอกเหนือจากการตัดงบประมาณ 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 73,255 ล้านบาท) ซึ่งประกาศไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ในจดหมายถึงนางลินดา แมคแมน รมว.ศึกษาธิการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยืนยันว่า มหาวิทยาลัยและรัฐบาลมีจุดยืนร่วมกันในประเด็นสำคัญหลายประการ โดยฮาร์วาร์ดได้ดำเนินการปฏิรูปสถาบันทั้งหมด หลังจากกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งถือเป็นปีที่ “เจ็บปวดอย่างยิ่ง”
การ์เบอร์เขียนว่า ความท้าทายที่เกิดขึ้นในปีการศึกษานั้น ได้นำไปสู่การปฏิรูปที่ออกแบบมาเพื่อ “ขจัดลัทธิต่อต้านชาวยิว” และความเกลียดชังในรูปแบบอื่น ๆ ออกไปจากมหาวิทยาลัย
The Trump administration cut another $450 million in federal grants to Harvard. The move comes after $2.2 billion in funds were frozen. https://t.co/Y7uTalflEC
— CNN (@CNN) May 13, 2025
เพื่อหักล้างข้ออ้างของรัฐบาลที่ระบุว่า “ฮาร์วาร์ดเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง หรืออุดมการณ์ทางความคิดใด ๆ” การ์เบอร์ยอมรับว่ามหาวิทยาลัย “จำเป็น” ต้องมีความหลากหลายทางปัญญา ขณะที่กระบวนการคัดเลือกนักศึกษานั้น เป็นการพิจารณาที่ตัวบุคคล และลักษณะเฉพาะของพวกเขามากกว่าเชื้อชาติ
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของคณะทำงานพิเศษเพื่อขจัดการต่อต้านชาวยิวของทรัมป์ ซึ่งถูกเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โจมตีฮาร์วาร์ดว่าเป็น “แหล่งเพาะพันธุ์” ของค่านิยมหมกมุ่นกับการเป็นคนมีศีลธรรม (virtue signaling) และการเลือกปฏิบัติ (discrimination) และการสืบสวนของมหาวิทยาลัยก็พบเหตุการณ์ดูหมิ่น ทำร้ายร่างกาย และคุกคามนักศึกษาชาวยิวอย่างแพร่หลาย.
เครดิตภาพ : AFP



