“ทีมข่าวอาชญากรรม” อัปเดตความคืบหน้า หลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงพื้นที่จำลองเหตุการณ์จากสถานที่เลือกสว.67 โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือปฏิบัติการพิเศษ “ไลดาร์สแกน” และ “เลเซอร์สแกน” สำรวจทั่วอาคาร เพื่อนำข้อมูลไปจัดทำแผนที่ 3 มิติ (3D Mapping) ประกอบการวิเคราะห์ภาพการเคลื่อนไหว ตรวจจับใบหน้าจากระบบ AI

โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายสว. 138+2 ที่ส่อพิรุธ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 และกฎหมายอาญาเกี่ยวข้องอย่าง มาตรา 209 ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่

นายไกรศรี สว่างศรี ผอ.ส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ดีเอสไอ อธิบายการใช้เทคโนโลยี Geo-AI สืบสวนสอบสวนครั้งนี้ เป็นการผสานข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด กับพิกัดตำแหน่ง (Geo-tagging) เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การพบปะกัน, การเดินทางร่วมกัน, การเข้า-ออก สถานที่เดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และการทำโพย เป็นต้น

โดย AI จะวิเคราะห์ภาพ เพื่อระบุตัวบุคคลและพฤติกรรมส่อพิรุธ จากนั้นจะเชื่อมโยงข้อมูลเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์ แสดงผ่านแผนที่พฤติกรรม และ “ไทม์ไลน์” เชิงหลักฐานไปแสดงผลบนแผนที่แบบ 3D สนับสนุนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและเสนอเป็นพยานหลักฐานทางดิจิทัล

ล่าสุด ดีเอสไอทำโมเดลแผนที่อาคารสถานที่เลือกเสร็จสิ้นแล้ว โดยใช้ผังอาคารจาก กกต.ที่ออกแบบไว้มาขึ้นรูปประกอบใส่ในโมเดล พร้อมบล็อกกิ้ง (blocking) 20 กลุ่มอาชีพ โดยอยู่ในขั้นตอนนำข้อมูลภาพจากวงจรปิด ทั้งไฟล์ภาพจาก กกต. สื่อมวลชน และ iLaw มาวิเคราะห์ เพื่อแสดงภาพบนแผนที่ โดยใช้ภาพทั้งภายในและโดยรอบอาคาร อย่างทางเข้า-ออก ของผู้สมัคร การจอดรถ

ในชั้นนี้ดีเอสไอพยายามวางพิกัดตำแหน่ง สว.แต่ละคน ตามห้วงเวลาสำคัญ เพราะหากเป็นช่วงเช้า จะมีกลุ่ม สว. ประมาณ 800-900 ราย ขณะช่วงกลางวันประมาณ 400 ราย แต่ “โฟกัส” สำคัญ คือ กลุ่มสว.138+2 ดีเอสไอจะเน้นพฤติกรรมกระจุกตัว รวมกลุ่ม และการแต่งกาย เพื่อประกอบคำให้การจากประจักษ์พยาน พยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงิน พิกัดโทรศัพท์ในวันเกิดเหตุ ว่าภาพและพฤติกรรมที่ดีเอสไอได้มานั้น คือ การรวมกลุ่มของ สว.ดังกล่าวจริง

AI จะจับผลคะแนนหมายเลขผู้สมัคร หลังปรากฏลักษณะกาเรียงเบอร์ซ้ำๆ กันหลายชุด โดยเฉพาะสว.20 กลุ่มอาชีพ ที่พนักงานสอบสวนเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ ร่วมคำนวณสถิติลงคะแนนบัตรเลือก สว.ด้วย

เบื้องต้นไม่เกินสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่ส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เตรียมส่งไฟล์จำลองเหตุการณ์พร้อมโมเดลแผนที่ 3 มิติ และรายละเอียดพฤติกรรมส่งต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีฮั้ว สว. และกกต.ต่อไป

ด้าน พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ ชี้ความสำคัญของ AI ว่าจะช่วยจับภาพใบหน้าผู้สมัครที่มากันเป็นกลุ่มจากต่างจังหวัด อาทิ นครนายก พระนครศรีอยุธยา จากนั้นนำภาพใบหน้าคนกลุ่มใหญ่ไปวิเคราะห์กับภาพใบหน้าคนในห้องประชุมฮอลล์ 4 เกือบ 3,000 ราย

AI จะทำการจับภาพใบหน้า แล้วแทนค่ารหัสกับบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มคนต้องสงสัยตามรายงานการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอและคำให้การของพยาน จำนวน 138+2 จะมีการแทนค่ารหัส ตั้งแต่หมายเลข 1-140 ทำให้เห็นพฤติกรรมการเคลื่อนไหว การเดินเข้า-ออก

“ยกตัวอย่าง บางเลขมาด้วยกัน เป็นกลุ่มอาชีพเดียวกัน ก็ดูว่าจะมีการกินข้าว นั่งคุย เข้าห้องน้ำอย่างไรบ้าง เพื่อนำไปประกอบกับแผนที่ 3 มิติ ที่จะมีบล็อกกิ้งทั้งหมด 20 ห้อง ตาม 20 กลุ่มอาชีพของผู้สมัคร”

สำหรับการกาบัตรลงคะแนนของบรรดาผู้สมัคร ดีเอสไอต้องนำมาใช้วิเคราะห์ทุกบัตรจาก 20 ห้อง (20 กลุ่มอาชีพ) เพื่อจับกลุ่มให้ชัดเจนว่ามีลักษณะการลงคะแนนด้วยตัวเลขชุดเดียวกันเรียงซ้ำกันหลายฉบับในหีบลงคะแนน ซึ่งจะทำให้ตอบคำถามได้ว่ามีการฮั้ว มีการจดข้อมูลไว้หรือไม่ เพราะในขั้นตอนขานคะแนน กรรมการประจำหน่วยจะมีการชูบัตรโชว์ให้กล้องเห็นว่า แต่ละฉบับกาหมายเลขอย่างไรบ้าง

...ณฐพล ปิดท้ายว่า ปัจจุบันแผนที่ 3 มิติ คืบหน้าพอสมควร เหลือเพียงนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ เพื่อช่วยให้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้สมบูรณ์มากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อสำนวนคดีอาญาที่ดำเนินการอยู่.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน