เมื่อสถาบันการเงินที่ควรเข้มงวด คัดกรอง กลับร่วมกระทำผิดเสียเอง

แกะรอยปฏิบัติการจับกุมเจ้าหน้าที่ธนาคารในพื้นที่ จ.ชลบุรี ที่ให้การสนับสนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในจำนวนนี้มีผู้จัดการธนาคารร่วมด้วย

จากแผนประทุษกรรมมีทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคาร ล่าม และคนจีนร่วมกัน โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารคอยให้การสนับสนุนคนจีน มีการพากลุ่มคนจีนไปติดต่อขอเปิดบัญชี โดยเฉพาะธนาคารตามข่าว สาขาพัทยา ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าคนเหล่านี้เข้ามาเปิดบัญชีและเดินทางออกนอกประเทศ โดยพนักงานธนาคารร่วมกันปลอมแปลงเอกสารให้สามารถเปิดบัญชีด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว

จาก 15 บัญชีของคนจีนกลุ่มนี้ ปรากฏว่ามีเงินไหลเข้ารวม 118 ล้านบาท ถอนออกแล้ว 91 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือทั้ง 15 บัญชี พบเกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย 106 คดี ขยายผลต่อเนื่องพบเกี่ยวข้องกับ 462 บัญชี ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียหาย 2,084 คดี เสียหายรวม 2,200 ล้านบาท

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามเพิ่มเติมกับ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ระบุ จากเหตุการณ์นี้ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบช่องโหว่ที่คนร้ายนำวีซ่าท่องเที่ยวมาเปิดบัญชีได้ จึงต้องเร่งให้มีมาตรการเพิ่มเติม เช่น จากการตรวจสอบเอกสาร ทำให้ได้เห็นเอกสารปลอมที่ทำขึ้นมา

ยกตัวอย่าง สัญญาซื้อขายคอนโดฯ ซึ่งไม่ได้มีการตรวจสอบว่าเป็นสัญญาจริงหรือไม่ และเรื่องของที่อยู่อาศัย เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกลุ่มนี้

“การที่สาวไปถึงกลุ่มเจ้าหน้าที่ธนาคารได้ เป็นเพราะพยานหลักฐานหลายอย่าง การเปิดบัญชีจากธนาคารที่พบว่ามีจำนวนมากผิดปกติ และข้อมูลการเปิดบัญชีโดยชาวต่างชาติ ทำให้มีพยานหลักฐานและสาวถึงตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดได้”

สำหรับเกณฑ์การเปิดบัญชีของคนต่างชาติในไทย พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุ ปกติต้องมี Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน), วีซ่าระยะยาว, มีถิ่นที่อยู่ที่ชัดเจน, มีวัตถุประสงค์การทำงาน หรือมาเกษียณที่ไทย สามารถเปิดบัญชีเองได้ แต่กรณีวีซ่าท่องเที่ยวเป็นอีกส่วนหนึ่ง การเปิดบัญชีไม่ได้มีขั้นต่ำว่าต้องมีเงินฝากเท่าใด และตนยังไม่เห็นข้อจำกัดว่าสามารถเปิดได้กี่บัญชี

ทั้งนี้ มองการฟรีวีซ่าไม่น่าเป็นเหตุ ประเด็น คือ ต้องไม่ให้ต่างชาติเข้ามาเปิดบัญชีธนาคารโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว เพราะกลุ่มที่ใช้วีซ่าท่องเที่ยว จะง่ายต่อการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งสร้างความเสียหายให้ประเทศได้

อย่างไรก็ตาม ยอมรับเรื่องนี้เป็นการปรับตัวชัดเจนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นับตั้งแต่มีมาตรการซีลชายแดน ปราบปรามบัญชีม้า ส่งผลให้คนไทยข้ามไปสแกนใบหน้าประเทศเพื่อนบ้านได้ยากขึ้น

ประกอบกับราคาค่าจ้างเปิดบัญชีม้าที่แพงขึ้น ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตัดสินใจใช้คนจีนเปิดบัญชี พร้อมทิ้งท้ายขอเร่งรัดให้มีการออกมาตรการตรวจสอบให้เข้มงวด

“เราจึงเห็นว่าคนร้ายเหล่านี้เริ่มปรับตัว และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน หลังจากมีการดำเนินการในมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล” พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุ.

พบเจอไม่ง่ายนักกับการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของเจ้าหน้าที่ธนาคาร จากนี้ต้องยิ่งจับตารูปแบบการเปิดบัญชีม้า ที่อาจมาในรูปแบบเดียวกัน…ในพื้นที่อื่น.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน