นายวุฒิชัย คุณเจตน์ นายกสมาคมทุเรียนไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ส่งออกทุเรียนปี 2568 ว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของทุเรียนไทยแบบก้าวกระโดด ล้งจีนพากันเข้ามาซื้อทุเรียนภาคตะวันออกจำนวนมาก ปี 2567 มีล้งกว่า 1,000 ล้ง มีการแข่งขันสูง ราคาสูงะเกินกิโลกรัมละ 100 บาท  แต่ในปี 2568 เวียดนามพัฒนาคุณภาพขึ้นมา และออกชนกับทุเรียนภาคใต้ของไทยเริ่มเปิดราคาต่ำกว่าไทย เพื่อดึงดูดนักลงทุน หมอนทองไทย ราคา กก.ละ 100 บาท เวียดนาม 80 บาท การบริหารจัดการในห่วงโซ่อุปทานในรูปแบบอุตสาหกรรมทุเรียนเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมการ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาไทยเจอสภาพอากาศร้อนแล้ง ผลผลิตลดลง อีกเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่คือระบบการขนส่งที่ล่าช้าทำให้ผลผลิตเสียหาย

แต่ในปี 2568 ล้งที่รับซื้อทุเรียนภาคตะวันออกมีทีท่าจะลดลงมาก ขาดทุน เลิกหรือถอนตัวย้ายไปค้าทุเรียนที่เวียดนาม เพราะทำกำไรได้ง่ายกว่า ล้งที่รับซื้อน้อยลงจะทำให้อำนาจการต่อรอง และราคาจริงหายไป จะเห็นได้ราคาทุเรียนตั้งแต่ต้นปีถือว่า ค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบัน  พบว่า ราคาซื้อ-ขายทุเรียนปรับตัวลดลงจากเดิมเลข 3 หลัก เหลือเพียงเลข 2 หลัก ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 5 ปี  เหตุผลที่ทำให้ราคาตก เนื่องจากมีทุเรียนภาคตะวันออกออกสู่ตลาด มากกว่า 500 ตู้คอนเทนท์เนอร์ต่อวัน ประกอบกับการส่งออกทุเรียนไทยมีความเข้มงวดการตรวจสอบสาร BY2 และแคดเมียมมากขึ้น ส่งผลให้การลงทุนของผู้ประกอบการในปีนี้ มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากความกังวลของการกระจุกตัวของสินค้า และความเสี่ยงจากปัจจัยอื่น

นายกสมาคมทุเรียนไทย กล่าวอีกว่า  มาตรฐานการตรวจสอบสารปนเปื้อน by2 และแคดเมียม จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทย ให้พร้อมต่อความแข่งขันในตลาดโลก เชื่อว่าตลาดทุเรียนยังสามารถเติบโตได้อีกหลายเท่า แต่เกษตรกรต้องปรับตัว ยกดับคุณภาพสินค้าให้ตอบสนองต่อความต้องการของความเปลี่ยนแปลงของตลาดในปัจจุบัน

“การผลิตอย่างเดียวปริมาณมาก ระบายไม่ทันก็ไม่มีมูลค่า ทุเรียนต้องมีคุณภาพ การค้านักลงทุนต้องปรับตัว การส่งออก ไม่ให้ของติดที่ด่าน รูปแบบการซื้อขายออนไลน์มีการ แข่งขันกันทั้งคุณภาพและราคาคุณภาพอาจจะไม่ต้องดีที่สุด แต่ต้องเป็นคุณภาพที่คุ้มราคาที่จ่าย ทุเรียนต้องกินได้ทุกลูก เกษตรกร พ่อค้า ต้องเปลี่ยนแนวคิด เกษตรกรต้องรับรู้ รับผิดชอบปัญหาทุเรียนที่ออกสู่ตลาด ทำคุณภาพตามตลาดต้องการ มาตรฐานสูงขึ้น สารเคมีตกค้าง สารปนเปื้อนแดดเมียมต้องชัดเจนก่อนเก็บเกี่ยว ไม่ใช่ขายเสร็จปล่อยให้เป็นเรื่องของพ่อค้า ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะทุเรียนอ่อน แก่ กลัวกันมากที่สุด คือ ทุเรียนไม่สุก กินไม่ได้”