สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ว่าทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ ว่ามาตรการขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม ที่สหรัฐเรียกเก็บจากทั่วโลก มีอัตราเพิ่มเป็น 50% แล้ว จากเดิม 25% ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน (11.01 น. ตามเวลาในประเทศไทย)
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีผลกับเหล็กและอะลูมิเนียมที่ส่งออกมาจากสหราชอาณาจักร ซึ่งจะยังคงอยู่ในอัตรา 25% เท่าเดิม เนื่องจากทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันแล้ว
ทั้งนี้ ทรัมป์ให้เหตุผลของการเตรียมขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% ว่าเพื่อ “ปกป้อง” อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของสหรัฐ
Breaking news: US tariffs of 50% on steel and aluminium have come into force, doubling President Donald Trump's existing levies on the sectors https://t.co/myAZYMeUIH pic.twitter.com/LsI6MPeufK
— Financial Times (@FT) June 4, 2025
ปัจจุบัน สหรัฐเป็นประเทศที่ยังคงต้องนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็นจำนวนมาก เพราะยังผลิตได้เองไม่มาก โดยส่วนใหญ่มาจากแคนาดา เม็กซิโก และบราซิล แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า การกำหนดกำแพงภาษีครั้งนี้ พุ่งเป้าตรงไปที่จีน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดของโลก
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง จีนไม่ส่งออกสินค้าดังกล่าวมายังอเมริกาโดยตรง ส่วนใหญ่ผ่านการแปรรูปในประเทศที่สาม ก่อนส่งออกสู่สหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



