สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่า สถาบันโรแบร์ต ค็อก ( อาร์เคไอ ) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเยอรมนี รายงานสถิติผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคโควิด-19 อย่างน้อย 97,715 ราย เพิ่มขึ้น 43 ราย และติดเชื้อเพิ่มขึ้น 23,607 คน โดยเยอรมนีมีสถิติผู้ป่วยสะสมผ่านหลัก 5 ล้านคน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ขณะที่อัตราอุบัติการณ์ของโรคต่อประชากร 100,000 คน ในรอบ 7 วันล่าสุด พุ่งขึ้นเป็น 303 นับเป็นสถิติรายวันสูงสุด ตั้งแต่เยอรมนีเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรค เมื่อต้นปีที่แล้ว และเยอรมนีเพิ่งยืนยันอัตราการติดเชื้อต่อประชากร 100,000 คน ในรอบ 7 วันล่าสุด เพิ่มเป็นมากกว่า 200 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเท่านั้น
It is the first time the rate has surpassed 300 since the pandemic began and comes just one week after Germany saw an unprecedented jump to over 200.https://t.co/t6F3pocmjC
— DW News (@dwnews) November 15, 2021
ปัจจุบัน เยอรมนีจัดการฉีดวัคซีนครบครอบคลุมประชากร 67.5% จากทั้งประเทศซึ่งมีประมาณ 84 ล้านคน ถือว่ายังต่ำมาก เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคยุโรปตะวันตกด้วยกัน นพ.ฟรังก์ อุลริช มอนต์โกเมอรีย์ รองประธานแพทยสมาคมโลก ( ดับเบิลยูเอ็มเอ ) ซึ่งเป็นชาวเยอรมัน ตำหนินักการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน “ไม่เข้าใจและจริงจังกับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 อย่างแท้จริง” เห็นได้จาก “ความไม่กล้า” บังคับใช้มาตรการหลายอย่าง นัยว่ากลัวเสียคะแนนนิยมทางการเมือง
Germany's COVID-19 incidence rate has risen to more than 200 cases per 100,000 over the last week – the highest level since the pandemic began.
— DW Politics (@dw_politics) November 8, 2021
With one third of Germans still unvaccinated, a growing number now thinks the jab should be mandatory. pic.twitter.com/CUwYNXKSlA
ทั้งนี้ นพ.มอนต์โกเมอรีย์ เรียกร้องมาตรการ บังคับฉีดวัคซีนกับกลุ่มเปราะบาง และผู้ประกอบอาชีพเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาล โรงเรียน และสถานดูแลผู้สูงอายุ และขอให้มีเงื่อนไขเข้มงวดและจริงจัง ว่าใครที่ปฏิเสธฉีดวัคซีน จะไม่สามารถทำงานในสถานที่แห่งนั้นได้อีก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES















