เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ  สส.พรรคประชาชน  นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.พรรคภูมิใจไทย  นายชัชวาล แพทยาไทย สส.พรรคไทยสร้างไทย และ นายสุธรรม จริตงาม สส.พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันรับหนังสือจากนายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ในนามเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อขอให้รัฐสภาใช้กลไกของรัฐสภากดดันให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….  ออกไป

โดยนายธนากร กล่าวว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 68  มีมติจะเดินหน้ากลไกในสภาทุกอย่าง เพื่อกดดันให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. โดยมีเงื่อนไขและให้ความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้กลับเข้ามาอีก ภาคประชาชน อันประกอบด้วยเครือข่ายเด็กและเยาวชน เครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง เครือข่ายชุมชน เครือข่ายแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข เครือข่ายครูอาจารย์และนักวิชาการ เครือข่ายนักกฎหมาย เครือข่ายสื่อสารมวลชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม เห็นด้วยกับมติดังกล่าว และขอสนับสนุนให้พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้ทุกสรรพกำลังให้ร่างกฎหมายนี้ถูกถอนออกไปจากรัฐสภา ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

นายธนากร กล่าวต่อว่า 1. การหวังจะหารายได้เข้ารัฐจากกิจการพนันจะก่อให้เกิดผลได้ไม่คุ้มเสีย มีผู้ได้ประโยชน์เพียงส่วนน้อย ในขณะที่ผลเสียจะตกกับสังคม เป็นนโยบายที่ทำลายมากกว่าสร้างสรรค์ ซึ่งขัดกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2. การจะใช้การพนันบนดินแก้ปัญหาการพนันใต้ดิน เป็นแนวคิดที่หลงทาง และจะกลับกลายเป็นการเพิ่มการขยายตัวของการพนันอย่างชอบธรรมโดยนโยบายรัฐ 3.การหลงในวาทกรรมการพนันอย่างรับผิดชอบ คือการหลงเหลี่ยมคำลวงของธุรกิจพนัน ที่มุ่งผลักภาระรับผิดชอบมาที่ผู้เล่นพนัน และพยายามหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของธุรกิจ 4. การจะลดปัญหาการพนันในสังคมต้องทำทั้งระบบ ทั้งการปราบปรามที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ มีระบบป้องกันที่ต้นทางโดยการมุ่งสร้างสติปัญญาความรอบรู้ให้ประชาชนเข้าใจว่าการพนันไม่ใช่หนทางการรวยทางลัด เป็นต้น

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน มารับหนังสือจากภาคประชาชน สำหรับประเด็นและข้อเสนอที่มีการพูดถึงร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังหารือกันอยู่ในที่ประชุม จากการแสดงจุดยืนของพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคที่ปรากฏต่อสาธารณะ มี 2 ประเด็นที่สามารถพูดได้ ประเด็นแรก พรรคร่วมฝ่ายค้านแม้อาจจะมีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่เห็นตรงกันว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ และเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรจะต้องไม่ให้ความเห็นชอบ ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน การไม่มีผลการศึกษาที่รอบคอบมารองรับ การขาดมาตรการป้องกันผลกระทบเชิงลบทางสังคม ปัญหาการติดการพนัน ปัญหาการฟอกเงิน ที่ไม่มีหลักประกันอย่างชัดเจนในตัวบทกฎหมาย รวมไปถึงกระบวนการในการดำเนินนโยบายที่ไม่คงเส้นคงวา มีคำครหาเรื่องความไม่โปร่งใส นี่คือจุดยืนที่พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สอง ที่ภาคประชาชนได้มีการพูดถึงว่าต้องการให้มีการถอนร่างดังกล่าวออกไป จากการติดตามการสัมภาษณ์ของประธานวิปรัฐบาล เห็นว่าจะมีการถอนออกไป แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคและภาคประชาชนที่มีความกังวลใจ จะต้องวิเคราะห์ให้ดีว่า การเสนอถอนนั้น เป็นการเสนอถอนแบบจริงใจหรือไม่ ถ้าเป็นการเสนอถอนโดยยอมรับว่าร่างกฎหมายของรัฐบาลเป็นปัญหา ไม่ควรมีการเสนอเข้ามายังสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผล แต่ถ้าเป็นการเสนอถอนเพียงเพราะว่าเสียงรัฐบาลไม่เพียงพอและหวังจะถอนออกไปเพื่อรอเวลาในการเติมเสียงให้กับฝั่งรัฐบาล และจะนำเสนอร่างดังกล่าวกลับเข้ามาใหม่ อันนี้เป็นการถอนแบบไม่จริงใจ ในฐานะตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนติดตามรายละเอียดและสาเหตุของรัฐบาลให้ดีว่า เป็นการเสนอถอนแบบจริงใจหรือไม่.