เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท. ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ภายหลังจากที่ศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาในข้อหาที่ 3 และ 4 เกี่ยวกับการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกในที่ดินของ รฟท. ทั้ง 995 ฉบับ บนพื้นที่ตำบลเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งคาดหวังว่าศาลฯ จะรับพิจารณา โดยตามปกติการยื่นอุทธรณ์จะใช้เวลานานประมาณ 5-6 เดือน อย่างไรก็ตาม รฟท. มีแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดง 3 แนวทาง ได้แก่ 1.ส่งหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้ทบทวนพิจารณาคำสั่งยุติเรื่องของอธิบดีกรมที่ดิน โดยก่อนหน้านี้ รฟท. เคยส่งหนังสือไปที่กระทรวงมหาดไทยครั้งหนึ่งแล้ว และมีหนังสือตอบกลับมาว่าจะทบทวนเรื่องนี้  

2.ใช้โมเดล “บ้านท่านุ่น” จังหวัดพังงา ซึ่งศาลปกครองเคยมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดินของผู้บุกรุกหลายร้อยไร่ให้กลับมาเป็นของ รฟท. โดยกรณีบ้านท่านุ่นมีลักษณะคล้ายคลึงกับเขากระโดงที่มีเอกสารสิทธิหลากหลาย ทาง รฟท. จึงตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้ศาลฯ พิจารณาในแนวทางเดียวกัน

และ 3.ขอให้อัยการสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่เป็นทนายแผ่นดิน ฟ้องร้องคดี 995 แปลงแทน รฟท. โดยได้ส่งเรื่องไปอัยการสูงสุดเมื่อช่วงต้นปี 2568 หากอัยการสูงสุดตกลงดำเนินการ จะช่วยลดภาระของ รฟท. ได้อย่างมาก เนื่องจากคดีเหล่านี้อาจใช้เวลาหลายปีในการฟ้องร้อง อย่างไรก็ตาม รฟท. ยังคงรอคำตอบจากอัยการสูงสุด และหากไม่เป็นผล รฟท. อาจต้องพิจารณาฟ้องร้องเอง โดยจะจัดลำดับความสำคัญของที่ดิน และทยอยฟ้องเป็นลอตๆ ไป

นายวีริศ กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่ดินเขากระโดงมีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทั้งชาวบ้าน กลุ่มนายทุน และหน่วยงานรัฐ แต่ รฟท. ยังคงยืนยันหลักการเดิม ว่าที่ดินเขากระโดงเป็นของ รฟท. อย่างสมบูรณ์ และจะไม่ยอมเสียแม้แต่ตารางวาเดียว โดย รฟท. กำลังดำเนินงานในทุกแนวทางที่เป็นไปได้เพื่อให้ได้ที่ดินทั้งหมดคืนมา.