เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่รัฐสภา นายอรรถพล ไตรศรี สส.พังงา พร้อมด้วย นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย และคณะ แถลงว่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนใน จ.พังงา เกี่ยวกับข้อสงสัยในเงื่อนไขที่ประเทศสหรัฐอเมริกาขอตั้งฐานทัพเรือ ที่ทับละมุ จ.พังงา แลกกับการปรับลดภาษีนำเข้าที่ประกาศไว้ในอัตราร้อยละ 36 จึงต้องการทราบว่ารัฐบาลมีแนวทางอย่างไร ประชาชนเป็นห่วงว่าเงื่อนไขดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ขอทราบข้อเท็จจริงของรัฐบาลโดยตรง เนื่องจากจังหวัดแถบอันดามัน ประกอบด้วย จ.พังงา จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ แต่เงื่อนไขของสหรัฐอเมริกา อาจจะส่งผลต่อการท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว มีความเป็นห่วงว่าเงื่อนไขข้างต้น ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องการจริงหรือไม่ และในที่สุดจะสำเร็จหรือไม่ เพื่อความสบายใจ สส.ฝั่งอันดามัน ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงจุดยืน ทำเป็นหนังสือหรือแถลงข่าวตอบว่าไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้เป็นหลักฐานไปให้ประชาชนพื้นที่ทราบว่า รัฐบาลตอบมาแล้วว่าไม่เป็นความจริง เพราะหากเงื่อนไขดังกล่าวเป็นจริง เกรงว่าจะกลายเป็นดินแดนกระสุนตกเหมือนกับหลายประเทศ เป็นการเอาความมั่นคงมาแลกกับเงื่อนไขการลดภาษี ซึ่งแท้จริงมีหลายวิธีในการเจรจาแลกเปลี่ยน ถึงแม้ว่าประเทศในแถบอาเซียนจะได้ปรับลดภาษีดังกล่าว แต่ในความเป็นจริงจะปรับลดเท่าไร ประเทศไทยก็ยังคงหนักในเรื่องการบวกกำไรจากภาษีที่ถูกปรับขึ้น ดังนั้นต้องสร้างฐานเขตเศรษฐกิจ ที่ทำรายได้อันดามัน เพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ประชาชนมีความมั่นคง มีรายได้ ขอให้มุ่งไปลดค่าครองชีพให้ต่ำลง แต่ในภาคของการส่งออก ต้องว่ากันในกระบวนการว่าจะหาพันธมิตรในอาเซียนอย่างไร ที่มีประชากรมากกว่าในประเทศสหรัฐอเมริกา ตนคิดว่าต้องคิดวิธีแนวใหม่เพื่อแก้ไขข้อกังขาให้กับประชาชนที่มีความเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจะชะลอตัว
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในประเด็นที่ รมช.มหาดไทย ได้กล่าวว่ามีการกระจุกตัวของการพัฒนาและงบประมาณในบางจังหวัด เช่น จ.กระบี่ จ.สตูล และ จ.บุรีรัมย์ นั้น ขอยืนยันในฐานะ สส.จังหวัดกระบี่ ว่างบประมาณไม่ได้กระจุกตัว และ จ.กระบี่ ถูกทอดทิ้งมานาน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยดูแลและจัดสรรงบประมาณให้ จ.กระบี่ ตามสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อบำรุงรักษาและพัฒนาการท่องเที่ยว และขอเรียกร้องให้รัฐบาลทำเพื่อประเทศชาติในภาพรวม.



