จากกรณีแม่ทัพภาคที่ 2 เผย กำลังพลชุดลาดตระเวนประสบเหตุ เหยียบกับระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่สู้รบเดิม เนิน 481 ส่งผลให้มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ในจำนวนนี้สาหัส ขาขาด 1 นาย ต่อมา พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางมาเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เพื่อเป็นการให้กำลังใจ ประกอบด้วย ส.อ.ปฏิภัทร สีลาศักดิ์ ถูกแรงระเบิดอัดเจ็บหน้าอก หูอื้อ, พลฯ ณัฐวุฒิ ศรีเข้ม อาการเช่นเดียวกัน และ พลฯ ธนพัฒน์ หุยวรรณ อาการสาหัสจากแรงระเบิดขาขาด 1 ข้าง โดยมี พ.อ.สละ ทัพถาวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ให้รายละเอียดและดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด หลังจากชุดลาดตระเวนกองร้อยทหารพรานที่ 2302 (ชุด ลว. ร้อย ทพ.2302) (ดุสิต) พร้อมกำลังพล 14 นาย ซึ่งประกอบด้วย ทหารพราน 2 นาย, ชุด RDF 6 นาย และทหารช่าง 6 นาย ที่ดูแลชายแดนช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ได้ออกลาดตระเวนจากฐานปฏิบัติการมรกต ไปยัง เนิน 481 ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ชุดลาดตระเวนได้ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดบริเวณพิกัด WA 220 861 ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “สมชาย แสวงการ” อดีตสมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยไม่เพิกเฉย หากพบว่ากัมพูชาวางกับระเบิดใหม่ในเขตชายแดน ลงในเฟซบุ๊ก Somchai Swangkarn เพราะถือเป็นการละเมิด “อนุสัญญาออตตาวา” ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคีร่วมกัน และไทยควรเก็บหลักฐานเพื่อนำไปใช้ในเวทีการทูตระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการประชุมภาคีสนธิสัญญาฯ เพื่อกดดันให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบ

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้ความว่า “รัฐบาลไทยอย่าเพิกเฉยกับการวางกับระเบิดของกัมพูชา หากเป็นการวางใหม่ นั่นก็เท่ากับว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งทางการไทยควรเก็บหลักฐาน และดำเนินการทางการทูต ไม่ปล่อยไปเฉยๆ ทั้งนี้ ในระดับนานาชาตินั้น มีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention) หรือสนธิสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) ซึ่งห้ามการใช้ระเบิดสังหารบุคคลทั่วโลก เพราะผลกระทบของทุ่นระเบิดเหล่านี้ ส่งผลต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยไทยให้สัตยาบันต่ออนุสัญญานี้เมื่อปี 1998”

“สิ่งที่น่าสนใจก็คือ กัมพูชาก็เป็นภาคีของอนุสัญญานี้ และให้สัตยาบันตั้งแต่ปี 1999 เช่นกัน ดังนั้น ถ้ากัมพูชาใช้กับระเบิด สิ่งที่กองทัพไทยควรทำก็คือ เก็บหลักฐานทั้งภาพถ่าย ตำแหน่งที่พบ รวมถึงเก็บกู้กับระเบิดเหล่านั้น และเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการทางการทูตต่อไป เพราะแม้ว่าการละเมิดสนธิสัญญาออตตาวาจะไม่ต้องขึ้นศาลโลกหรือไม่ถูกบังคับด้วยกฎหมายระหว่างประเทศอื่นๆ แต่สามารถนำไปใช้เพื่อผลในการกดดันทางการทูตได้ ซึ่งปกติแล้วชาติภาคีของสนธิสัญญาออตตาวาจะมีการจัดประชุมขึ้นทุกปี”

อย่างไรก็ตาม “โดยในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดังนั้น หากไทยสามารถแสดงหลักฐานต่าง ๆ ว่ากัมพูชาละเมิดสนธิสัญญานี้ในการประชุม ก็จะสามารถนำไปดำเนินการทางการทูตตามที่เห็นสมควรต่อได้ อย่างน้อยที่สุดคือ การทำให้ที่ประชุมระบุว่ากัมพูชาเป็นประเทศที่ละเมิดสนธิสัญญาออตตาวาครับ”

ขอบคุณข้อมูล : Somchai Swangkarn