เมื่อวันที่ 23 ก.ค. กรมที่ดินออกแถลงการณ์ผ่านเอกสารประชาสัมพันธ์ ว่า การเพิกถอนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน สามารถทำได้ 3 กรณี เท่านั้น 1. การเพิกถอนหรือแก้ไขโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามคำพิพากษาศาล ตามมาตรา 61 วรรคแปด แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นการดำเนินการเพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงใดเป็นการเฉพาะโดยชัดแจ้งว่า ให้เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงใด เลขที่เท่าใดเท่านั้น ในกรณีเช่นนี้อธิบดีกรมที่ดินไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาอีก เจ้าพนักงานที่ดินสามารถดำเนินการหมายเหตุการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามคำพิพากษาศาล โดยดำเนินการตามคำสั่งกรมที่ดินที่ 3/2516 ลงวันที่ 19 ม.ค.2516 ได้เลย
2. การแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามมาตรา 61 วรรคเจ็ด แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเกิดจากการเขียน หรือพิมพ์ข้อความผิดพลาดที่มีหลักฐานชัดแจ้งเมื่อผู้มีส่วนได้เสียยินยอมให้แก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจดำเนินการแก้ไขได้ โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาแต่อย่างใด
3. การเพิกถอน หรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน กรณีที่ศาลไม่ได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนตามข้อ 1 และไม่ใช่กรณีพิมพ์หรือเขียนข้อความผิดตามข้อ 2 แต่เป็นกรณีมีการกล่าวอ้างว่า มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนที่จะเพิกถอนอธิบดีกรมที่ดินจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาคณะหนึ่ง ตามมาตรา 61 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อดำเนินการสอบสวนว่าเป็นประการใด
เมื่อคณะกรรมการสอบสวน รายงานผลการสอบสวนหากปรากฏชัดแจ้งว่า หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินออกไปโดยไม่ชอบ อธิบดีกรมที่ดินย่อมมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนได้ แต่หากไม่ปรากฏชัดแจ้งว่า หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินพิจารณาเป็นประการใดแล้วก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น เช่น พิจารณาเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสอบสวน เสนอว่าไม่มีความคลาดเคลื่อน หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ยุติเรื่อง เป็นต้น




